หญิงรักหญิงติด STI ได้ และส่งต่อให้กันได้ แม้ไม่มีการสอดใส่ด้วยอวัยวะเพศชาย แนวทางของออสเตรเลียระบุว่าหลักฐานปัจจุบันชี้ว่าผู้หญิงตรงเพศกำเนิดที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิง มีอัตราโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STI) เท่ากับผู้หญิงรักต่างเพศ ต่างกันที่ชนิดของโรคที่พบบ่อย โรคที่ควรรู้จักคือกลุ่มที่ติดจากผิวสัมผัสอย่างเริมกับเอชพีวี และพยาธิในช่องคลอดซึ่งแนวทางเดียวกันระบุว่าส่งต่อระหว่างผู้หญิงได้
หญิงรักหญิงติด STI ได้อย่างไร ถ้าไม่มีการสอดใส่
เชื้อหลายชนิดไม่ต้องอาศัยการสอดใส่ ระบบสุขภาพของอังกฤษ (NHS) เขียนว่าเชื้อเอชพีวี (HPV) ติดได้จากผิวสัมผัสผิวบริเวณอวัยวะเพศ จากเพศสัมพันธ์ทางปาก และจากการใช้เซ็กซ์ทอยร่วมกัน ส่วนเริมที่อวัยวะเพศติดได้จากผิวสัมผัสบริเวณที่มีเชื้อแม้ไม่เห็นตุ่มหรือแผล จากเริมที่ปากมาสัมผัสอวัยวะเพศ จากนิ้วที่พาเชื้อมา และจากเซ็กซ์ทอยที่ใช้ร่วมกัน
ส่วนหนองในเทียม NHS อธิบายว่าแพร่ผ่านสารคัดหลั่งจากช่องคลอดที่ติดอยู่บนเซ็กซ์ทอยและมือได้
แนวทางการดูแลโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของออสเตรเลียเขียนว่าข้อมูลเรื่องความเสี่ยงจากเพศสัมพันธ์ระหว่างผู้หญิงยังมีน้อย แต่ความเสี่ยงน่าจะต่างกันไปตามชนิดของโรคและวิธีมีเพศสัมพันธ์ เช่น ปากกับอวัยวะเพศ การใช้มือ นิ้ว หรือเซ็กซ์ทอยแบบสอดใส่ และปากกับทวารหนัก แนวทางฉบับเดียวกันเขียนด้วยว่าเชื้ออาจมาจากคู่คนปัจจุบันหรือคู่ในอดีต ทั้งผู้ชายและผู้หญิง รายละเอียดของเริมอ่านได้ที่ เริม (Herpes) คืออะไร ติดต่อและดูแลอย่างไร
เทียบรายโรค โรคไหนส่งต่อระหว่างผู้หญิงได้
ตารางนี้รวมสิ่งที่แหล่งข้อมูลเขียนไว้รายโรค สองแถวแรกมาจาก NHS ที่เหลือมาจากแนวทางออสเตรเลีย ช่องที่บอกว่าพบไม่บ่อยไม่ได้แปลว่าไม่เกิด
| โรคหรือภาวะ | แหล่งข้อมูลเขียนว่าอย่างไร |
|---|---|
| เริมที่อวัยวะเพศ | ติดจากผิวสัมผัส ปาก นิ้ว และเซ็กซ์ทอยที่ใช้ร่วมกัน |
| เอชพีวีและหูดหงอนไก่ | ติดจากผิวสัมผัสบริเวณอวัยวะเพศและเซ็กซ์ทอย ไม่ต้องมีการสอดใส่ |
| พยาธิในช่องคลอด | ส่งต่อระหว่างผู้หญิงได้ แนวทางออสเตรเลียให้รักษาคู่ด้วย |
| ช่องคลอดอักเสบจากแบคทีเรีย | พบในหญิงรักหญิงราวร้อยละ 20 ถึง 50 สูงกว่าผู้หญิงที่มีคู่เป็นผู้ชายอย่างเดียว และพบสูงในคู่เพศเดียวกัน |
| หนองในเทียมและหนองใน | การส่งต่อจากผู้หญิงสู่ผู้หญิงพบไม่บ่อย |
| ซิฟิลิส | ยังไม่มีข้อมูลเรื่องการส่งต่อระหว่างผู้หญิง ถ้าผลเป็นบวก คู่ทุกคนควรได้ตรวจ |
| เอชไอวี | การส่งต่อจากผู้หญิงสู่ผู้หญิงพบไม่บ่อย ถ้าผลเป็นบวก คู่ทุกคนควรได้ตรวจ |
แนวทางออสเตรเลียบันทึกด้วยว่า ผู้หญิงกลุ่มนี้มากถึงร้อยละ 90 เคยมีหรือยังมีคู่เป็นผู้ชาย แนวทางยังเตือนผู้ให้บริการว่าผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงมีทั้งผู้หญิงตรงเพศกำเนิดและหญิงข้ามเพศ ร่างกายและวิธีมีเพศสัมพันธ์ของแต่ละคู่อาจไม่เหมือนกัน และไม่ควรเหมาว่าเป็นคนสองคนที่มีช่องคลอดและมดลูกเสมอไป
วิธีป้องกันที่เข้ากับเซ็กซ์ระหว่างผู้หญิง
สิ่งที่ NHS เขียนไว้ในหน้าหนองในเทียมกับเริม และแนวทางออสเตรเลียเขียนเรื่องวัคซีน ซึ่งใช้ได้กับเพศสัมพันธ์ที่ไม่มีอวัยวะเพศชาย มีดังนี้
- ใช้แผ่นยางหรือแผ่นพลาสติกบาง (dental dam) ปิดช่องคลอดเมื่อมีเพศสัมพันธ์ทางปาก
- ไม่ใช้เซ็กซ์ทอยร่วมกัน ถ้าใช้ ให้ล้างและสวมถุงยางอนามัยอันใหม่ก่อนอีกคนใช้
- งดเพศสัมพันธ์ช่วงที่ฝ่ายใดมีตุ่ม แผล หรือรู้สึกแสบคันที่เป็นสัญญาณว่าเริมกำลังจะขึ้น
- ถามเรื่องวัคซีนเอชพีวี และวัคซีนไวรัสตับอักเสบบีถ้ายังไม่มีภูมิ
NHS เขียนว่าเริมอาจส่งต่อได้แม้ไม่มีอาการ แต่โอกาสสูงกว่าใน 6 เดือนแรกหลังติดเชื้อ และพบน้อยหลัง 2 ปี ส่วนถุงยางอนามัยกันไม่ได้ถ้าไม่ได้คลุมบริเวณที่มีเชื้อ การป้องกันจึงลดโอกาสได้ แต่ไม่ถึงกับตัดออกทั้งหมด
ถ้าสงสัยว่าตัวเองหรือคู่อาจมีโรค NHS แนะนำให้งดเพศสัมพันธ์ รวมถึงทางปาก ที่ไม่ใช้ถุงยางอนามัยหรือแผ่นยาง จนกว่าจะได้ตรวจ และถ้าผลออกมาว่ามีโรค ควรบอกคู่คนปัจจุบันกับคู่ที่ผ่านมาให้ไปตรวจด้วย NHS เขียนว่าถ้าไม่อยากบอกเอง คลินิกของอังกฤษมักช่วยแจ้งให้ได้โดยไม่เอ่ยชื่อเรา
การตรวจที่ไม่ควรข้าม แม้คู่เป็นผู้หญิง
แนวทางออสเตรเลียให้เลือกการตรวจจากประวัติ อาการ และความเสี่ยงของแต่ละคน พยาธิในช่องคลอดกับช่องคลอดอักเสบจากแบคทีเรียให้ตรวจเมื่อมีอาการ เริมกับหูดหงอนไก่ไม่แนะนำให้ตรวจเลือดเป็นประจำ ให้ตรวจเมื่อมีอาการให้เห็น ส่วนเอชไอวีและซิฟิลิสให้ดูประวัติและระยะที่ยังตรวจไม่พบประกอบ สำหรับคนที่วางแผนตั้งครรภ์ แนวทางสนับสนุนให้ตรวจช่องคลอดอักเสบจากแบคทีเรียเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจก่อนตั้งครรภ์
อีกอย่างคือการคัดกรองมะเร็งปากมดลูก แนวทางออสเตรเลียให้เสนอแก่ทุกคนที่มีปากมดลูก NHS เขียนว่าคนที่เป็นเลสเบี้ยนหรือไบเซ็กชวลยังเสี่ยง ถ้าเคยมีการสัมผัสทางเพศแบบใดก็ตาม ไม่ว่ากับผู้ชายหรือผู้หญิง เพราะมะเร็งปากมดลูกเกือบทั้งหมดเกิดจากเชื้อเอชพีวีชนิดเสี่ยงสูง
NHS เขียนด้วยว่าโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หลายชนิดไม่มีอาการ ทางเดียวที่จะรู้แน่คือไปตรวจ หน้าความรู้ของกรมควบคุมโรคของไทยเขียนว่าถ้ามีความเสี่ยงหรือกังวล ให้ปรึกษาและรับการตรวจที่คลินิกหรือโรงพยาบาลใกล้บ้าน และห้ามซื้อยากินเอง เรื่องการเก็บตัวอย่างให้ตรงจุดอ่านได้ที่ ตรวจ STI ตามตำแหน่งสัมผัส: ทำไมต้องตรวจคอ อวัยวะเพศ และทวารหนัก
คุยกับคลินิกอย่างไร เมื่อถูกมองว่าไม่เสี่ยง
แนวทางออสเตรเลียเขียนไว้ว่า ผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงมักถูกเหมาว่าเสี่ยงต่ำหรือไม่เสี่ยงเลยเพราะเพศวิถี บางรายถึงกับถูกปฏิเสธการตรวจคัดกรอง ซึ่งอาจทำให้ไม่ไว้ใจบริการสุขภาพ แนวทางตั้งเป้าให้ผู้ให้บริการพูดเรื่องการตรวจกับคนกลุ่มนี้อย่างเปิดเผยทุกราย
NHS บอกว่าแพทย์และเจ้าหน้าที่อยู่ตรงนั้นเพื่อช่วย จึงไม่ต้องอึดอัดที่จะเล่าเรื่องกิจกรรมทางเพศหรือเพศวิถีของตัวเอง ประโยคตัวอย่างที่เราเรียบเรียงขึ้น เช่น "คู่ของฉันเป็นผู้หญิง เราใช้นิ้วและเซ็กซ์ทอยร่วมกัน อยากรู้ว่าควรตรวจอะไรบ้าง" การบอกวิธีมีเพศสัมพันธ์ให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่มากกว่าการบอกแค่ว่ามีแฟน แนวทางออสเตรเลียให้ผู้ให้บริการใช้โอกาสนี้คุยเรื่องวัคซีน การตรวจเป็นระยะ และการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วย แม้ผลตรวจทุกอย่างจะเป็นลบ
ถ้าอยากอ่านภาพรวมของโรคกลุ่มนี้ต่อ ดูได้ที่หน้า STI: รู้ทัน ตรวจเป็น และรักษาได้ ของมูลนิธิเพื่อรัก (Love Foundation)
คำถามที่พบบ่อย
ไม่เคยมีอะไรกับผู้ชายเลย ต้องตรวจมะเร็งปากมดลูกไหม
ยังควรอยู่ในการคัดกรอง NHS ระบุว่าคนที่มีปากมดลูกและเคยมีการสัมผัสทางเพศแบบใดก็ตาม ไม่ว่ากับผู้ชายหรือผู้หญิง มีโอกาสเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ ช่วงอายุและรอบการตรวจให้ถามหน่วยบริการตามสิทธิของคุณ
ใช้นิ้วอย่างเดียว ส่งต่อโรคได้ไหม
ได้ในบางโรค NHS เขียนว่าเริมติดได้จากนิ้วที่พาเชื้อมาสัมผัสอวัยวะเพศ และหนองในเทียมแพร่ผ่านสารคัดหลั่งที่ติดมือได้ ส่วนแนวทางออสเตรเลียบอกว่าข้อมูลเรื่องเพศสัมพันธ์ระหว่างผู้หญิงยังมีน้อย และหนองในเทียมส่งต่อระหว่างผู้หญิงไม่บ่อย
เซ็กซ์ทอยที่ใช้ร่วมกัน ต้องดูแลอย่างไร
NHS แนะนำว่าไม่ควรใช้ร่วมกัน ถ้าจะใช้ ให้ล้างและสวมถุงยางอนามัยอันใหม่ก่อนอีกคนใช้
แฟนตรวจพบพยาธิในช่องคลอด อีกฝ่ายเกี่ยวด้วยไหม
เกี่ยว และควรไปพบแพทย์ด้วย แนวทางออสเตรเลียเขียนว่าโรคนี้ส่งต่อระหว่างผู้หญิงได้ จึงให้รักษาคู่ไปพร้อมกับผู้ที่ตรวจพบ ยาและวิธีรักษาให้แพทย์เป็นผู้กำหนด
เคยมีแฟนผู้ชายมาก่อน ต้องบอกคลินิกไหม
ควรบอก เพราะแนวทางออสเตรเลียให้เลือกการตรวจจากประวัติจริง และเชื้ออาจมาจากคู่ในอดีตได้
สรุป
ข้อสรุปนี้มาจากแนวทางของออสเตรเลียและ NHS ของอังกฤษ
- หญิงรักหญิงติดและส่งต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ ผ่านผิวสัมผัส ปาก นิ้ว และเซ็กซ์ทอย
- เริมและเอชพีวีติดจากผิวสัมผัสได้ พยาธิในช่องคลอดส่งต่อระหว่างผู้หญิงได้ ส่วนช่องคลอดอักเสบจากแบคทีเรียพบสูงในคู่เพศเดียวกัน
- แผ่นยาง การไม่ใช้เซ็กซ์ทอยร่วมกัน และวัคซีน ช่วยลดโอกาสได้
- การคัดกรองมะเร็งปากมดลูกควรเสนอแก่ทุกคนที่มีปากมดลูก แม้คู่เป็นผู้หญิง
ถ้าเจ้าหน้าที่บอกว่าไม่ต้องตรวจเพราะคู่เป็นผู้หญิง คุณขอให้ดูจากประวัติจริงของคุณได้
หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ
แหล่งอ้างอิง
- Women who have sex with women แนวทางการดูแลโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของออสเตรเลีย
- Human papillomavirus (HPV) ระบบสุขภาพของอังกฤษ NHS
- Genital herpes ระบบสุขภาพของอังกฤษ NHS
- Chlamydia ระบบสุขภาพของอังกฤษ NHS
- Why cervical screening is done ระบบสุขภาพของอังกฤษ NHS
- Sexually transmitted infections (STIs) ระบบสุขภาพของอังกฤษ NHS
- โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แบบไหนเสี่ยง กรมควบคุมโรค



