เริม (Herpes) คืออะไร ตอบได้ว่าเป็นการติดเชื้อไวรัสเฮอร์พีส์ ซิมเพล็กซ์ ที่ทำให้เกิดตุ่มน้ำใสและแผลตื้นที่ปากหรือที่อวัยวะเพศ และเป็นการติดเชื้อที่พบได้ทั่วไปมากในผู้ใหญ่ทั่วโลก หน้านี้เป็นหน้าตั้งต้นที่รวมพื้นฐานไว้ทั้งหมด คือมีกี่ชนิด ติดต่อทางไหน อาการเป็นอย่างไร ตรวจอย่างไร และทำอะไรได้บ้าง

เริม (Herpes) คืออะไร และมีกี่ชนิด

เชื้อที่ก่อโรคนี้มีสองชนิดที่เรียกย่อว่า HSV-1 และ HSV-2 ทั้งสองทำให้เกิดตุ่มน้ำแบบเดียวกัน ต่างกันที่ตำแหน่งที่พบบ่อย ชนิดที่หนึ่งพบบ่อยที่ริมฝีปากและรอบปาก ส่วนชนิดที่สองพบบ่อยที่อวัยวะเพศและรอบทวารหนัก แต่ข้อที่คนมักเข้าใจคลาดไปคือเส้นแบ่งนี้ไม่ตายตัว ชนิดที่หนึ่งขึ้นที่อวัยวะเพศได้ และชนิดที่สองขึ้นที่ปากได้ ขึ้นอยู่กับว่าเชื้อเข้าทางไหน

ลักษณะเฉพาะที่ทำให้เริมต่างจากการติดเชื้ออื่นคือ หลังการติดเชื้อครั้งแรก เชื้อไม่ได้ออกจากร่างกายไป แต่ไปหลบอยู่ในปมประสาทแบบเงียบ ๆ แล้วกลับออกมาแสดงอาการเป็นช่วง ๆ เมื่อร่างกายอยู่ในภาวะที่เปิดช่องให้ นั่นคือเหตุผลที่เราพูดว่าควบคุมอาการได้แต่ยังไม่มีวิธีกำจัดเชื้อออกไปทั้งหมด

ข้อที่ควรรู้ไว้เพื่อลดความตื่นตระหนกคือ องค์การอนามัยโลกประเมินว่าผู้ใหญ่จำนวนมากทั่วโลกมีเชื้อชนิดที่หนึ่งอยู่แล้ว โดยส่วนใหญ่ไม่เคยมีอาการชัดจนไม่รู้ตัว เริมจึงไม่ใช่โรคของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับการใช้ชีวิตของคนที่มีเชื้อเลย

เริมติดต่อทางไหนได้บ้าง

เชื้อเดินทางด้วยการสัมผัสโดยตรงกับผิวหนัง เยื่อบุ หรือสารคัดหลั่งที่มีเชื้อ ช่องทางที่พบจริงคือ

  • การจูบและการสัมผัสใกล้ชิด ซึ่งเป็นช่องทางหลักของเริมที่ปาก และเป็นเหตุที่คนจำนวนมากรับเชื้อมาตั้งแต่เด็กจากผู้ใหญ่ในบ้าน
  • เพศสัมพันธ์ ทั้งทางอวัยวะเพศ ทางปาก และทางทวารหนัก การทำออรัลเซ็กส์จึงย้ายเชื้อระหว่างปากกับอวัยวะเพศได้ทั้งสองทิศ
  • การสัมผัสแผลโดยตรง แล้วไปสัมผัสเยื่อบุของตัวเองต่อ เช่น เผลอขยี้ตาหลังสัมผัสแผล
  • ของเล่นทางเพศที่ใช้ร่วมกัน โดยไม่ได้ล้างหรือไม่ได้เปลี่ยนถุงยางอนามัยที่ครอบไว้

สองข้อที่ควรพูดให้ชัด ข้อแรกคือเชื้อส่งต่อได้แม้ในช่วงที่ไม่มีตุ่มให้เห็น แม้โอกาสจะต่ำกว่าช่วงที่มีแผลมาก ข้อที่สองคือเชื้อนี้อยู่นอกร่างกายได้ไม่นาน จึงแทบไม่ติดจากผ้าเช็ดตัว ฝารองนั่งโถส้วม หรือสระว่ายน้ำ ความกลัวข้อหลังนี้ทำให้คนที่มีเชื้อถูกกันออกจากกิจกรรมร่วมโดยไม่มีเหตุผลรองรับ

Quicky

อาการครั้งแรกกับครั้งต่อ ๆ ไปไม่เหมือนกัน

การติดเชื้อครั้งแรกมักแรงที่สุด เริ่มจากรู้สึกแสบ ชา หรือคันในบริเวณนั้นก่อนหนึ่งถึงสองวัน แล้วขึ้นเป็นตุ่มน้ำใสเล็ก ๆ เกาะกลุ่ม ตุ่มแตกกลายเป็นแผลตื้นที่เจ็บมาก และอาจมีอาการทั่วร่างกายร่วมด้วย เช่น มีไข้ ปวดเมื่อย ต่อมน้ำเหลืองขาหนีบหรือที่คอโต และแสบมากเวลาปัสสาวะถ้ามีแผลใกล้ท่อปัสสาวะ โดยทั่วไปแผลตกสะเก็ดและหายไปในสองถึงสามสัปดาห์

ครั้งต่อ ๆ ไปมักเบากว่าชัดเจน แผลน้อยกว่า เจ็บน้อยกว่า หายเร็วกว่า และมักไม่มีไข้ร่วม หลายคนพบว่ามันขึ้นที่ตำแหน่งเดิมหรือใกล้เดิมทุกครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องปกติของโรคนี้ไม่ใช่สัญญาณว่าแย่ลง และความถี่ของการกลับมามักค่อย ๆ ลดลงตามเวลา เรื่องตัวกระตุ้นและวิธีรับมือในวันที่กลับมาเป็นซ้ำ อยู่ที่ เริมเป็นซ้ำ อะไรกระตุ้น และรับมืออย่างไร

ตำแหน่งที่พบได้คือริมฝีปากและรอบปาก อวัยวะเพศ ถุงอัณฑะ แคม ทวารหนัก บั้นท้าย และต้นขา เริมที่ปากมีรายละเอียดของตัวเองอยู่ที่ โรคเริมที่ปาก ส่วนอาการที่ควรไปพบบุคลากรโดยไม่รอคือ ตาแดงและเจ็บตา ปัสสาวะไม่ออก ไข้สูง หรือแผลลุกลามกว้างขึ้นเรื่อย ๆ

ตรวจเริมอย่างไร และรักษาได้ถึงไหน

จุดสำคัญของการตรวจคือเวลา วิธีที่ให้คำตอบชัดที่สุดคือการเก็บตัวอย่างจากแผลสดไปหาเชื้อ ดังนั้นควรไปตรวจในช่วงที่ยังมีตุ่มหรือแผลอยู่ ถ้าไปหลังแผลหายแล้ว เหลือเพียงการตรวจเลือดที่บอกว่าร่างกายเคยเจอเชื้อชนิดใด แต่ไม่บอกว่าติดมาเมื่อไรและไม่บอกว่าแผลครั้งนั้นเกิดจากอะไร จึงตีความได้ยากกว่า

เรื่องการรักษา ปัจจุบันยังไม่มีวิธีกำจัดเชื้อออกจากร่างกาย แต่มียาต้านไวรัสที่ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น ลดความรุนแรง และลดโอกาสส่งต่อให้คู่ แนวทางมีทั้งแบบใช้เฉพาะช่วงที่กำเริบ และแบบใช้ต่อเนื่องเพื่อกดเชื้อในคนที่กำเริบบ่อยหรือกระทบคุณภาพชีวิต ส่วนว่าใครควรใช้แบบไหนและนานเท่าไร เป็นการประเมินของแพทย์เป็นรายคน หน้านี้จึงไม่ไล่ชื่อยาหรือวิธีใช้ให้เทียบเอง

สิ่งที่ทำได้เองระหว่างมีแผลและช่วยจริงคือ รักษาแผลให้สะอาดและแห้ง ประคบเย็นเพื่อลดปวด ใส่เสื้อผ้าหลวมเพื่อลดการเสียดสี ล้างมือทุกครั้งหลังสัมผัสแผล และดื่มน้ำให้พอเพื่อให้ปัสสาวะไม่เข้มจนแสบ ส่วนภาพรวมว่าโรคนี้วางอยู่ตรงไหนในชุดการตรวจสุขภาพทางเพศ ดูได้จากหน้าความรู้ STI: รู้ทัน ตรวจเป็น และรักษาได้

Love2Test

ลดโอกาสส่งต่อให้คนอื่น

เป้าหมายตรงนี้ไม่ใช่การกันตัวเองออกจากคนอื่น แต่เป็นการรู้ว่าช่วงไหนควรระวังมากกว่าปกติ

  • งดเพศสัมพันธ์และงดจูบตั้งแต่เริ่มรู้สึกแสบ ไปจนแผลตกสะเก็ดและหายสนิท ไม่ใช่งดแค่วันที่เห็นตุ่ม
  • ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งนอกช่วงที่มีอาการ รวมถึงทางปากและทางทวารหนัก และรู้ไว้ว่ามันคลุมได้เฉพาะพื้นที่ที่มันคลุม
  • ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกันในช่วงที่มีแผล เช่น ผ้าเช็ดตัว ลิปบาล์ม แก้วน้ำ และของเล่นทางเพศ
  • ระวังเป็นพิเศษกับทารกและคนที่ภูมิคุ้มกันต่ำ คนที่มีแผลที่ปากไม่ควรจูบทารก และควรล้างมือก่อนอุ้ม
  • บอกคู่ เพราะเขาจะอ่านอาการของตัวเองได้ถูกและตัดสินใจเรื่องการตรวจได้ทันเวลา

ถ้ากำลังตั้งครรภ์หรือคู่กำลังตั้งครรภ์ ต้องแจ้งทีมที่ดูแลการฝากท้องตั้งแต่ต้น ไม่ใช่รอถึงวันคลอด เพราะมีแนวทางเฉพาะที่ทีมจะวางให้ และกรณีที่ได้รับเชื้อครั้งแรกในช่วงท้ายของการตั้งครรภ์ต้องดูแลใกล้ชิดเป็นพิเศษ

อีกข้อที่คนมักถามคือจะต้องเปลี่ยนอะไรในชีวิตประจำวันไหม คำตอบคือแทบไม่ต้อง คนที่มีเชื้อทำงาน เรียน ออกกำลังกาย ว่ายน้ำ กินอาหารร่วมโต๊ะ และมีคู่ได้ตามปกติ ไม่ต้องแยกจาน ไม่ต้องแยกห้องน้ำ และไม่ต้องแจ้งที่ทำงาน สิ่งที่เปลี่ยนไปจริง ๆ มีเพียงการรู้จักอาการนำของตัวเอง และการรู้ว่าช่วงไหนควรงดกิจกรรมที่มีการสัมผัสใกล้ชิด ซึ่งเป็นช่วงสั้น ๆ ไม่กี่วันต่อครั้ง

คำถามที่พบบ่อย

เริมหายขาดได้ไหม

ยังไม่มีวิธีกำจัดเชื้อออกจากร่างกาย แต่ควบคุมอาการได้ดี และความถี่ของการกลับมามักลดลงเองตามเวลา

เริมที่ปากกับเริมที่อวัยวะเพศเป็นโรคเดียวกันไหม

เป็นเชื้อตระกูลเดียวกันสองชนิด และย้ายตำแหน่งกันได้ จึงถือเป็นเรื่องเดียวกันที่ขึ้นต่างที่

ไม่มีตุ่มเลย ส่งต่อเชื้อได้จริงไหม

ได้ แม้โอกาสต่ำกว่าช่วงมีแผลมาก นี่คือเหตุผลที่การใช้ถุงยางอนามัยต่อเนื่องยังมีประโยชน์แม้ไม่มีอาการ

ควรไปตรวจตอนไหนให้ได้ผลชัดที่สุด

ตอนที่ยังมีตุ่มหรือแผลอยู่ เพราะการเก็บตัวอย่างจากแผลสดให้คำตอบชัดกว่าการตรวจเลือดหลังแผลหาย

ซื้อยาทาที่ร้านมาใช้เองได้ไหม

ควรให้แพทย์หรือเภสัชกรประเมินก่อน เพราะยาที่ไม่ตรงกับรอยโรคอาจทำให้แผลเปลี่ยนหน้าตาจนวินิจฉัยยากขึ้น

Chat Love2Test

สรุป

  • เริมเกิดจากไวรัสเฮอร์พีส์ ซิมเพล็กซ์ สองชนิด ซึ่งขึ้นได้ทั้งที่ปากและที่อวัยวะเพศ
  • หลังติดเชื้อครั้งแรก เชื้อหลบอยู่ในปมประสาทและกลับมาแสดงอาการเป็นช่วง ๆ
  • ครั้งแรกมักแรงที่สุด ครั้งต่อ ๆ ไปเบากว่าและหายเร็วกว่า
  • ไปตรวจตอนที่ยังมีแผล จะได้คำตอบชัดกว่าตรวจเลือดหลังแผลหาย
  • ควบคุมอาการได้ด้วยยาที่แพทย์ประเมินให้ และลดการส่งต่อได้ด้วยการงดในช่วงมีอาการกับการใช้ถุงยางอนามัย

สิ่งที่คนมักกังวลกว่าตัวโรคคือความหมายที่สังคมแปะไว้กับมัน ซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริงเลย เพราะนี่เป็นการติดเชื้อที่คนจำนวนมากมีอยู่โดยไม่รู้ตัว ถ้ามีคำถามหรือไม่แน่ใจว่าตุ่มที่เห็นคืออะไร เจ้าหน้าที่ที่คลินิกตอบให้ได้ และเป็นคำถามที่เขาเจอทุกวัน

หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ

แหล่งอ้างอิง