คำถามว่า ไวรัสตับอักเสบ มีกี่ชนิด ตอบได้ว่ามีห้าชนิดที่เรียกตามตัวอักษร คือ เอ บี ซี ดี และ อี แต่สิ่งที่ใช้ได้จริงกว่าการจำตัวอักษรคือการรู้ว่าแต่ละชนิดเดินทางมาทางไหน เพราะนั่นคือสิ่งที่บอกว่าเราต้องป้องกันอะไรและควรตรวจอะไร หน้านี้เป็นหน้าตั้งต้น แล้วส่งต่อไปยังหน้าของแต่ละชนิดสำหรับคนที่ต้องการรายละเอียด
ไวรัสตับอักเสบ มีกี่ชนิด และต่างกันที่ไหน
ทั้งห้าชนิดมีจุดร่วมอยู่ข้อเดียวคือทำให้เซลล์ตับอักเสบ แต่มันเป็นไวรัสต่างตระกูลกันคนละตัว ไม่ใช่เชื้อเดียวกันห้าสายพันธุ์ ความต่างที่สำคัญกับชีวิตเรามีสามข้อ คือติดมาทางไหน จะกลายเป็นเรื้อรังได้หรือไม่ และมีวัคซีนหรือยังไม่มี
ถ้าแบ่งแบบที่ใช้ตัดสินใจได้เร็วที่สุด จะแบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือชนิดที่มากับเลือดและสารคัดหลั่ง ได้แก่ บี ซี และ ดี ซึ่งเป็นกลุ่มที่เกี่ยวกับเพศสัมพันธ์และการใช้เข็มร่วมกัน และเป็นกลุ่มที่กลายเป็นเรื้อรังได้ กลุ่มที่สองคือชนิดที่มากับอาหารและน้ำ ได้แก่ เอ และ อี ซึ่งหายได้เองในคนส่วนใหญ่และไม่กลายเป็นเรื้อรัง
| ชนิด | ติดต่อทางไหน | กลายเป็นเรื้อรังได้ไหม และมีวัคซีนไหม |
|---|---|---|
| ไวรัสตับอักเสบ เอ | อาหารและน้ำที่ปนเปื้อน รวมถึงการสัมผัสทางปากกับทวารหนัก | ไม่กลายเป็นเรื้อรัง · มีวัคซีน |
| ไวรัสตับอักเสบ บี | เลือดและสารคัดหลั่ง เพศสัมพันธ์ การใช้เข็มร่วมกัน และจากแม่สู่ลูก | กลายเป็นเรื้อรังได้ · มีวัคซีน |
| ไวรัสตับอักเสบ ซี | เลือดเป็นหลัก การใช้เข็มร่วมกัน และเพศสัมพันธ์ในบางสถานการณ์ | กลายเป็นเรื้อรังได้บ่อย · ยังไม่มีวัคซีน แต่มียารักษาที่หายขาดได้ |
| ไวรัสตับอักเสบ ดี | เลือดและสารคัดหลั่ง แต่เกิดได้เฉพาะในคนที่มีไวรัสบีอยู่แล้ว | ทำให้โรคของบีรุนแรงขึ้น · ป้องกันได้ด้วยวัคซีนของบี |
| ไวรัสตับอักเสบ อี | น้ำที่ปนเปื้อน และเนื้อสัตว์ที่ปรุงไม่สุก | มักหายเอง · วัคซีนมีใช้เฉพาะบางประเทศ |
ชนิดที่มากับเลือดและเพศสัมพันธ์ คือ บี ซี และ ดี
กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่คลินิกสุขภาพทางเพศให้ความสำคัญ เพราะเดินทางด้วยเส้นทางเดียวกับเอชไอวี และเพราะปล่อยไว้นานแล้วกลายเป็นตับแข็งหรือมะเร็งตับได้ องค์การอนามัยโลกชี้ว่าไวรัสบีและซีเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตจากโรคตับทั่วโลก ทั้งที่สองโรคนี้มีทางป้องกันและทางรักษาอยู่แล้ว
ไวรัสตับอักเสบบี ติดต่อง่ายกว่าเอชไอวีหลายเท่าเมื่อเทียบปริมาณเชื้อที่ต้องสัมผัส ช่องทางที่พบในไทยมากที่สุดคือจากแม่สู่ลูกตอนคลอด รองมาคือเพศสัมพันธ์และการใช้เข็มหรือของมีคมร่วมกัน ปัญหาใหญ่ของมันคือคนส่วนใหญ่ไม่มีอาการจนไม่รู้ตัว รายละเอียดเรื่องใครควรตรวจอยู่ที่ ไวรัสตับอักเสบบี ไม่มีอาการ ควรตรวจเมื่อไร
ไวรัสตับอักเสบซี เดินทางมากับเลือดเป็นหลัก เช่น การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน อุปกรณ์สักหรือเจาะที่ไม่ได้ฆ่าเชื้อ และเลือดหรือผลิตภัณฑ์จากเลือดในยุคก่อนที่จะมีการคัดกรอง ส่วนทางเพศสัมพันธ์พบได้ในสถานการณ์ที่มีการสัมผัสเลือด ข่าวดีที่เปลี่ยนไปจากเมื่อสิบปีก่อนคือตอนนี้มียาที่รักษาให้หายขาดได้ในคนส่วนใหญ่ อ่านต่อได้ที่ ไวรัสตับอักเสบซีคืออะไร?
ไวรัสตับอักเสบดี เป็นชนิดที่ยืนอยู่เองไม่ได้ มันต้องอาศัยไวรัสบีจึงจะก่อโรค คนที่ไม่มีบีจึงไม่มีดี และนั่นหมายความว่าวัคซีนของบีกันดีไปด้วยในคราวเดียว
ชนิดที่มากับอาหารและน้ำ คือ เอ และ อี
สองชนิดนี้เข้าทางปาก จากอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนอุจจาระที่มีเชื้อ อาการที่พบคล้ายกัน คือเพลียมาก เบื่ออาหาร คลื่นไส้ ปวดใต้ชายโครงขวา ปัสสาวะสีเข้ม แล้วตามด้วยตาเหลืองตัวเหลือง ส่วนใหญ่หายเองภายในไม่กี่สัปดาห์และร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันไว้ได้
สิ่งที่ต้องรู้เพิ่มคือ ไวรัสเอยังติดต่อผ่านการสัมผัสทางปากกับทวารหนักได้ด้วย จึงนับเป็นเรื่องของสุขภาพทางเพศไปพร้อมกัน และมีวัคซีนที่คุยกับคลินิกได้ ส่วนไวรัสอีเป็นชนิดที่ต้องระวังเป็นพิเศษในคนที่ตั้งครรภ์ เพราะอาการมักรุนแรงกว่าคนทั่วไป ใครที่กำลังตั้งครรภ์จึงควรเลี่ยงเนื้อสัตว์และเครื่องในที่ปรุงไม่สุก
การป้องกันกลุ่มนี้เป็นเรื่องพื้นฐานที่ได้ผลจริง คือล้างมือด้วยสบู่หลังเข้าห้องน้ำและก่อนจับอาหาร กินอาหารปรุงสุก ดื่มน้ำที่สะอาด และระวังเป็นพิเศษในช่วงที่มีการระบาดในพื้นที่
ตรวจไวรัสตับอักเสบเมื่อไร และป้องกันอย่างไร
สิ่งที่ทำให้กลุ่มบีกับซีน่ากลัวไม่ใช่อาการตอนติดเชื้อ แต่เป็นช่วงหลายปีที่ไม่มีอาการอะไรเลยขณะที่ตับค่อย ๆ เสียไป คนจำนวนมากรู้ตัวเมื่อตรวจสุขภาพประจำปีหรือเมื่อไปบริจาคเลือด ทั้งที่มีเชื้ออยู่นานแล้ว
- ควรคุยเรื่องการตรวจ ถ้าเคยมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย เคยใช้เข็มร่วมกับคนอื่น เคยสักหรือเจาะในที่ที่ไม่มั่นใจเรื่องการฆ่าเชื้อ มีคนในบ้านที่มีเชื้อ หรือกำลังตั้งครรภ์
- การตรวจเป็นการตรวจเลือด และแยกได้ว่าเป็นการติดเชื้ออยู่ เคยติดแล้วหายและมีภูมิ หรือมีภูมิจากวัคซีน การแปลผลเป็นงานของแพทย์ ไม่ใช่การอ่านเทียบจากตารางในอินเทอร์เน็ต
- วัคซีนเป็นเครื่องมือที่ชัดที่สุด ประเทศไทยให้วัคซีนไวรัสบีกับเด็กแรกเกิดเป็นงานประจำมาหลายสิบปี ผู้ใหญ่ที่ไม่เคยได้รับหรือไม่แน่ใจ ก็ยังรับได้และเป็นเรื่องที่คุยกับคลินิกได้เลย
- การป้องกันในชีวิตประจำวัน คือใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง ไม่ใช้เข็ม ใบมีดโกน หรือกรรไกรตัดเล็บร่วมกับคนอื่น และไม่สัมผัสเลือดของใครโดยไม่มีเครื่องป้องกัน
ภาพรวมว่าโรคกลุ่มนี้วางอยู่ตรงไหนในชุดการตรวจสุขภาพทางเพศ ดูได้จากหน้าความรู้ STI: รู้ทัน ตรวจเป็น และรักษาได้
เรื่องที่คนมักถามต่อคือจะรู้ได้อย่างไรว่าเคยฉีดวัคซีนครบหรือยัง โดยเฉพาะคนที่สมุดวัคซีนหายไปแล้ว คำตอบคือไม่ต้องนั่งนึก เพราะการตรวจเลือดบอกได้ว่ามีภูมิอยู่หรือไม่ และนั่นเป็นข้อมูลที่ใช้ได้จริงกว่าการจำ ถ้าผลบอกว่ายังไม่มีภูมิก็รับวัคซีนได้เลย ถ้ามีภูมิแล้วก็ไม่ต้องฉีดซ้ำ ทั้งสองทางจบในการไปคลินิกครั้งเดียว
อีกเรื่องที่ควรรู้คือโรคกลุ่มนี้ไม่ได้อยู่โดด ๆ จากเรื่องอื่นในชุดสุขภาพทางเพศ คนที่มาตรวจเอชไอวีหรือซิฟิลิส มักได้รับการเสนอให้ตรวจไวรัสตับอักเสบบีไปพร้อมกัน เพราะใช้การเจาะเลือดครั้งเดียวกันและเดินทางด้วยเส้นทางคล้ายกัน การตอบรับการตรวจชุดนั้นจึงไม่ใช่การตรวจเกินความจำเป็น แต่เป็นการใช้โอกาสเดียวให้ครบ
คำถามที่พบบ่อย
ชนิดไหนที่คนไทยควรใส่ใจที่สุด
ชนิดบีและซี เพราะทั้งสองกลายเป็นเรื้อรังได้และเป็นสาเหตุสำคัญของตับแข็งและมะเร็งตับ ส่วนเอและอีมักหายเอง
ฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบบีแล้ว ต้องฉีดของซีด้วยไหม
ยังไม่มีวัคซีนของชนิดซี การป้องกันจึงอยู่ที่การไม่สัมผัสเลือดของคนอื่นและการใช้ถุงยางอนามัย แต่ชนิดซีมียาที่รักษาหายขาดได้
ไวรัสตับอักเสบติดจากการกินข้าวร่วมกันไหม
ชนิดบีและซีไม่ติดทางนี้ ส่วนชนิดเอและอีติดได้ถ้าอาหารหรือน้ำปนเปื้อน จึงเป็นเรื่องของสุขอนามัยในการปรุงและการล้างมือ
ตรวจครั้งเดียวพอไหม
ถ้ายังมีโอกาสสัมผัสเชื้อต่อเนื่อง ควรตรวจซ้ำตามรอบที่แพทย์แนะนำ และคนที่ยังไม่มีภูมิก็ควรคุยเรื่องวัคซีนไปพร้อมกัน
มีเชื้ออยู่ จะใช้ชีวิตร่วมกับคนในบ้านได้ปกติไหม
ได้ เพราะไม่ติดจากการกอด การกินร่วมกัน หรือการใช้ห้องน้ำร่วมกัน สิ่งที่ต้องแยกคือของใช้ที่อาจมีเลือด เช่น ใบมีดโกนและแปรงสีฟัน
สรุป
- มีห้าชนิด คือ เอ บี ซี ดี และ อี เป็นไวรัสต่างตัวกัน ไม่ใช่สายพันธุ์ของเชื้อเดียวกัน
- กลุ่มที่มากับเลือดและเพศสัมพันธ์คือ บี ซี และ ดี เป็นกลุ่มที่กลายเป็นเรื้อรังได้
- กลุ่มที่มากับอาหารและน้ำคือ เอ และ อี มักหายเองและไม่กลายเป็นเรื้อรัง
- มีวัคซีนสำหรับชนิดเอและบี และวัคซีนของบีกันชนิดดีไปด้วย ส่วนชนิดซียังไม่มีวัคซีนแต่มียาที่รักษาหายขาด
- คนที่มีเชื้อบีหรือซีส่วนใหญ่ไม่มีอาการ การตรวจเลือดจึงเป็นทางเดียวที่จะรู้
ถ้าอ่านจบแล้วยังไม่แน่ใจว่าตัวเองควรตรวจอะไร ให้เริ่มจากคำถามง่าย ๆ ว่าเคยสัมผัสเลือดของใครหรือมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันหรือไม่ ถ้าใช่ ให้คุยเรื่องการตรวจไวรัสบีและซีกับคลินิก และถามเรื่องวัคซีนไปในคราวเดียวกัน เป็นสองคำถามที่ใช้เวลาไม่นานแต่เปลี่ยนภาพระยะยาวได้มาก
หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ
แหล่งอ้างอิง
- Hepatitis B — องค์การอนามัยโลก (ช่องทางการติดต่อ การกลายเป็นเรื้อรัง และวัคซีน)
- Hepatitis C — องค์การอนามัยโลก (ยังไม่มีวัคซีน แต่มียาที่รักษาหายขาดได้)
- Hepatitis A — องค์การอนามัยโลก (การติดต่อทางอาหารและน้ำ)
- Hepatitis — NHS (ภาพรวมของทั้งห้าชนิดและอาการที่พบ)
- กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (วัคซีนไวรัสตับอักเสบบีในเด็กแรกเกิดและบริการตรวจ)


