ช่องคลอดอักเสบจากแบคทีเรีย หรือบีวี (BV) ติดต่อทางเพศไหม หน่วยงานสุขภาพยังเขียนไม่เหมือนกัน ระบบสุขภาพของอังกฤษเขียนว่าไม่จัดเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แต่เพศสัมพันธ์กระตุ้นหรือส่งต่อกันได้ ส่วนแนวทางของออสเตรเลียเขียนว่าติดต่อทางเพศได้ หลังงานวิจัยปี 2568 ในคู่ชายหญิงที่ไม่มีคู่อื่นพบว่าการรักษาฝ่ายชายไปพร้อมกันช่วยลดการเป็นซ้ำใน 12 สัปดาห์ แนวทางของไทยปี 2567 ไม่ได้เขียนให้รักษาคู่ไปพร้อมกัน เรื่องยาของคู่ให้แพทย์เป็นผู้ตัดสิน

ภาพผู้หญิงปรึกษาแพทย์ พร้อมภาพจำลองแบคทีเรียและข้อความว่าแนวทางแต่ละประเทศระบุเรื่องการติดต่อทางเพศต่างกัน ส่วนการรักษาคู่ให้แพทย์พิจารณา

ช่องคลอดอักเสบจากแบคทีเรียคืออะไร พบบ่อยแค่ไหน

ในช่องคลอดที่สุขภาพดีมีแบคทีเรียหลายชนิดอยู่ร่วมกัน องค์การอนามัยโลกอธิบายว่าบีวีเกิดเมื่อสมดุลนี้เสียไป แบคทีเรียที่ก่อปัญหาเพิ่มจำนวนขึ้นจนแทนที่แบคทีเรียแลคโตบาซิลไลซึ่งช่วยรักษาสภาพแวดล้อมในช่องคลอด บีวีจึงไม่ได้เกิดจากเชื้อตัวเดียว แนวทางของไทยเรียกภาวะนี้ว่าโรคแบคทีเรียลวาจิโนซิส

องค์การอนามัยโลกเขียนว่าพบมากน้อยต่างกันตามประเทศและกลุ่มประชากร และอ้างการทบทวนงานวิจัยทั่วโลกว่าพบในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ราวร้อยละ 23 ถึง 29

บีวีเป็นคนละโรคกับเชื้อราในช่องคลอดและพยาธิในช่องคลอด อ่านเรื่องโรคหลังได้ที่ โรคพยาธิในช่องคลอด ภัยเงียบสำหรับผู้หญิงที่พึงระวัง

Quicky

ตกขาวกลิ่นคาวปลา และผลที่ตามมาถ้าไม่รักษาบีวี

อาการตามที่ระบบสุขภาพของอังกฤษเขียนไว้ คือตกขาวมีกลิ่นคาวปลาแรง โดยเฉพาะหลังมีเพศสัมพันธ์ และตกขาวเปลี่ยนเป็นสีขาวอมเทา เหลวเป็นน้ำ แหล่งเดียวกันระบุด้วยว่าผู้หญิงที่เป็นบีวีครึ่งหนึ่งไม่มีอาการเลย

ระบบสุขภาพของอังกฤษเขียนว่าบีวีมักไม่ทำให้เจ็บหรือคัน ขณะที่องค์การอนามัยโลกใส่อาการคันหรือระคายเคืองรอบช่องคลอดไว้ในรายการอาการด้วย อาการคันจึงใช้แยกโรคเองไม่ได้ ต้องตรวจ

องค์การอนามัยโลกระบุว่าบีวีมักไม่ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง แต่ถ้าไม่รักษา อาจนำไปสู่ปัญหาระหว่างตั้งครรภ์ เช่น แท้งหรือคลอดก่อนกำหนด เพิ่มโอกาสรับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รวมถึงเอชไอวี และอุ้งเชิงกรานอักเสบ

บีวีส่งต่อกันระหว่างคู่ได้ไหม สี่หน่วยงานเขียนไม่เหมือนกัน

สิ่งที่สี่หน่วยงานเขียนเรื่องบีวีกับเพศสัมพันธ์
หน่วยงาน เขียนไว้ว่า
ระบบสุขภาพของอังกฤษ (NHS) ไม่จัดเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แต่เพศสัมพันธ์กระตุ้นให้เป็นได้ และส่งต่อให้คู่ที่มีช่องคลอดได้ คนที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ก็เป็นได้
องค์การอนามัยโลก ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดที่ทำให้สมดุลเสีย แต่เชื่อมโยงกับการสวนล้างช่องคลอด และเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกันกับคู่ใหม่หรือคู่หลายคน
แนวทางการดูแลรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของไทย ปี 2567 มีบทของโรคนี้อยู่ในเล่ม อีกบทหนึ่งกล่าวถึงว่าเป็นสาเหตุอื่นของตกขาว นอกเหนือจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เรื่องคู่ เขียนเพียงให้ประเมินว่ามีการติดเชื้อที่ท่อปัสสาวะแบบไม่มีอาการหรือไม่ ไม่ได้เขียนให้รักษาคู่ไปพร้อมกัน
แนวทางโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของออสเตรเลีย เขียนว่างานวิจัยล่าสุดเป็นหลักฐานว่าบีวีติดต่อทางเพศได้ และแนะนำให้รักษาคู่ประจำที่มีองคชาตไปพร้อมกัน

แนวทางของไทยเป็นฉบับปี 2567 ออกก่อนงานวิจัยที่ออสเตรเลียใช้ปรับคำแนะนำ

งานวิจัยรักษาคู่ไปพร้อมกัน บอกอะไร และยังไม่ได้บอกอะไร

งานวิจัยที่เปลี่ยนคำแนะนำของออสเตรเลียตีพิมพ์ในวารสาร New England Journal of Medicine เมื่อเดือนมีนาคม 2568 นำโดยศูนย์สุขภาพทางเพศเมลเบิร์น ผู้วิจัยสุ่มคู่ชายหญิง 164 คู่ ซึ่งฝ่ายหญิงเป็นบีวีและทั้งสองไม่มีคู่อื่นในช่วงวิจัย กลุ่มแรก 81 คู่ รักษาทั้งสองคน โดยฝ่ายชายได้ยาปฏิชีวนะทั้งชนิดกินและชนิดทา กลุ่มที่สอง 83 คู่ รักษาฝ่ายหญิงคนเดียวตามปกติ

ผลภายใน 12 สัปดาห์ ในกลุ่มที่รักษาทั้งคู่ ฝ่ายหญิงกลับมาเป็นซ้ำ 24 จาก 69 คน หรือร้อยละ 35 ส่วนกลุ่มที่รักษาคนเดียวกลับมาเป็นซ้ำ 43 จาก 68 คน หรือร้อยละ 63 ผลข้างเคียงในฝ่ายชาย เช่น คลื่นไส้ ปวดศีรษะ และรสโลหะในปาก

ขอบเขตของงานนี้คือ ผู้เข้าร่วมเป็นคู่ชายหญิงในออสเตรเลียที่ไม่มีคู่อื่น ทั้งสองฝ่ายรู้ว่าตัวเองอยู่กลุ่มไหน และติดตาม 12 สัปดาห์ แนวทางของออสเตรเลียเขียนว่าข้อมูลยังไม่พอจะแนะนำให้รักษาคู่ที่ไม่ใช่คู่ประจำ และยังไม่มีการทดลองแบบนี้ในคู่ที่มีช่องคลอดทั้งสองคน เรื่องยาของคู่ให้แพทย์เป็นผู้ตัดสิน ไม่ควรแบ่งยาของตัวเองให้คู่

ภาพสรุปเกณฑ์ตรวจบีวี การกลับมาเป็นซ้ำ การปฏิบัติตัวระหว่างรักษา และการดูแลภายนอก โดยเน้นให้กลับไปตรวจหากยังมีอาการหรือเป็นซ้ำ

Love2Test

บีวีรักษาหายแล้วทำไมกลับมาอีก และตรวจยืนยันด้วยอะไร

การวินิจฉัยทำโดยแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ แนวทางของไทยใช้เกณฑ์ 3 ใน 4 ข้อ ซึ่งดูจากลักษณะ กลิ่น ความเป็นกรดด่าง และเซลล์ในตกขาว แนวทางของออสเตรเลียเขียนว่าผลตรวจที่พบเชื้อการ์ดเนอเรลลาอย่างเดียวใช้วินิจฉัยไม่ได้ เพราะเชื้อนี้พบได้ในคนที่ไม่ได้เป็นบีวีด้วย

การรักษามักเป็นยาปฏิชีวนะที่แพทย์สั่ง แนวทางของไทยแนะนำให้งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างรักษาและต่อไปอีกระยะหนึ่งหลังกินยา ซึ่งนานต่างกันตามชนิดยา และให้นัดกลับมาตรวจ 7 วันหลังวันที่รับการรักษาในรายที่ยังมีอาการ แนวทางของออสเตรเลียแนะนำให้งดเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่ทางช่องคลอดหรือใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งระหว่างรักษา

ระบบสุขภาพของอังกฤษเขียนว่าบีวีกลับมาเป็นซ้ำได้บ่อย มักภายในไม่กี่เดือน แนวทางของออสเตรเลียให้ตัวเลขว่า ก่อนมีหลักฐานเรื่องการรักษาคู่ คนที่รักษาแล้วมากกว่าครึ่งเป็นซ้ำภายใน 3 ถึง 12 เดือน และเขียนว่างานวิจัยรักษาคู่เป็นหลักฐานว่าการรับเชื้อซ้ำเป็นสาเหตุสำคัญมากของการเป็นซ้ำ

สิ่งที่ทำเองได้ ส่วนหนึ่งจากที่ระบบสุขภาพของอังกฤษแนะนำ

  • ล้างบริเวณอวัยวะเพศด้วยน้ำกับสบู่ธรรมดา
  • ไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ดับกลิ่น น้ำยาล้าง หรือการสวนล้างช่องคลอด
  • ไม่สูบบุหรี่

ส่วนโพรไบโอติกหรือกรดแลคติกชนิดใช้ทางช่องคลอด แนวทางของออสเตรเลียเขียนว่าหลักฐานยังไม่พอจะแนะนำ เรื่องการล้างอ่านต่อได้ที่ ล้างหลังมีเพศสัมพันธ์ ป้องกันโรคติดต่อทางเพศได้จริงไหม

คำถามที่พบบ่อย

ยังไม่เคยมีอะไรกับใคร เป็นบีวีได้ไหม

เป็นได้ ระบบสุขภาพของอังกฤษเขียนว่าคนที่มีเพศสัมพันธ์มีโอกาสเป็นมากกว่า แต่ผู้หญิงที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ก็เป็นได้ การเป็นบีวีจึงไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับชีวิตทางเพศของใคร

เราเป็นบีวี แฟนผู้ชายต้องได้ยาด้วยหรือเปล่า

หน่วยงานยังแนะนำไม่เหมือนกัน แนวทางของออสเตรเลียแนะนำให้รักษาคู่ประจำไปพร้อมกัน ส่วนแนวทางของไทยปี 2567 ไม่ได้เขียนให้รักษาคู่ เขียนเพียงให้ประเมินว่าคู่มีการติดเชื้อที่ท่อปัสสาวะแบบไม่มีอาการหรือไม่ เรื่องนี้ให้แพทย์เป็นผู้ตัดสิน และไม่ควรแบ่งยาให้คู่กินเอง

คู่หญิงรักหญิง ฝ่ายหนึ่งเป็นบีวี อีกฝ่ายต้องตรวจไหม

ระบบสุขภาพของอังกฤษเขียนว่าคู่ที่มีช่องคลอดอาจต้องรักษาด้วย ส่วนแนวทางของออสเตรเลียแนะนำให้เสนอการตรวจแก่คู่ เพราะพบว่าเป็นทั้งสองคนบ่อย แต่ยังไม่มีการทดลองว่ารักษาพร้อมกันโดยไม่ตรวจก่อนจะช่วยหรือไม่

ตั้งครรภ์อยู่แล้วเป็นบีวี ต้องกังวลแค่ไหน

ควรบอกแพทย์หรือพยาบาลที่ฝากครรภ์ ระบบสุขภาพของอังกฤษเขียนว่าการไปรักษาสำคัญเมื่อตั้งครรภ์ เพราะมีโอกาสเล็กน้อยที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น คลอดก่อนกำหนดหรือแท้ง แต่การตั้งครรภ์ส่วนใหญ่ไม่มีปัญหาจากบีวี แนวทางของไทยให้รักษาเหมือนคนทั่วไป แต่ให้ระวังยาบางชนิด จึงควรบอกผู้สั่งยาว่าตั้งครรภ์อยู่

อยู่ร่วมกับเอชไอวีแล้วเป็นบีวี ยาที่ใช้ต่างออกไปไหม

แนวทางของไทยเขียนว่าให้รักษาเหมือนคนที่ไม่มีเชื้อเอชไอวี เราแนะนำให้บอกแพทย์ด้วยว่ากินยาอะไรอยู่บ้าง

Chat Love2Test

สรุป

  • บีวีเกิดจากสมดุลแบคทีเรียในช่องคลอดเสียไป องค์การอนามัยโลกเขียนว่ารักษาได้
  • ระบบสุขภาพของอังกฤษไม่จัดเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แต่เขียนว่าเพศสัมพันธ์กระตุ้นหรือส่งต่อกันได้
  • แนวทางของออสเตรเลียเขียนว่าติดต่อทางเพศได้ และแนะนำให้รักษาคู่ประจำที่มีองคชาตไปพร้อมกัน ส่วนแนวทางของไทยปี 2567 ไม่ได้เขียนให้รักษาคู่
  • งานวิจัยในออสเตรเลียกับคู่ชายหญิงที่ไม่มีคู่อื่น พบว่าฝ่ายหญิงในกลุ่มที่รักษาฝ่ายชายไปพร้อมกันเป็นซ้ำใน 12 สัปดาห์ร้อยละ 35 เทียบกับร้อยละ 63 ในกลุ่มที่รักษาฝ่ายหญิงคนเดียว
  • เรื่องยาของคู่ให้แพทย์เป็นผู้ตัดสิน ไม่ควรแบ่งยาให้คู่
  • ถ้าตกขาวเปลี่ยนไปหรือมีกลิ่น ให้ไปตรวจ ไม่ควรซื้อยามาใช้เอง

มูลนิธิเพื่อรัก (Love Foundation) รวบรวมภาพรวมของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ วิธีตรวจ และการรักษาไว้ที่ STI: รู้ทัน ตรวจเป็น และรักษาได้

หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ

แหล่งอ้างอิง