สรุปสำคัญ

  • การรักษา HIV ต้องวางแผนร่วมกับทีมดูแล โดยพิจารณาผลตรวจ โรคร่วม ยาอื่น และความพร้อมของแต่ละคน
  • ไม่ควรหยุด เปลี่ยนสูตร หรือปรับขนาดยาต้านไวรัสเอง แม้มีผลข้างเคียงหรือผลตรวจดีขึ้น
  • หากอาการแย่ลงหลังเริ่มยา มีอาการรุนแรง หรือกินยาไม่ได้ ควรติดต่อสถานพยาบาลโดยเร็ว
  • รับประทาน ยาต้านไวรัส ตามที่กำหนด ทุกมื้อ และทุกวัน
  • อย่าเปลี่ยนยาด้วยตนเอง โดยไม่ปรึกษาแพทย์ ถ้าพบว่าปฏิบัติตามแผนการรักษาได้ยาก ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อค้นหาแนวทางการรักษาใหม่ที่เหมาะสม
  • หากจะใช้ยาอื่นนอกเหนือที่แพทย์สั่ง ควรปรึกษาแพทย์และเภสัชกรก่อนทุกครั้ง
  • ควรรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ หากหยุดยาระยะหนึ่งแล้วมารับประทานต่อ ก็อาจทำให้เกิดเชื้อดื้อยา การรักษาจะยิ่งยากมากขึ้น
Quicky

ชนิดของยาต้านไวรัสเอชไอวี

  1. ยากลุ่ม NRTIs ซึ่งขัดขวางขั้นตอนที่ HIV ใช้สร้างสำเนาสารพันธุกรรม
  2. ยากลุ่มที่ขัดขวางเอนไซม์ reverse transcriptase ซึ่ง HIV ใช้สร้างสำเนาสารพันธุกรรมs (NNRTIs)
  3. Protease Inhibitors (PIs)
  4. Entry Inhibitors
  5. Integrase Inhibitors
  6. Multi-Class Combinations

การทำงานของยาต้านไวรัสเอชไอวี

ยาต้านไวรัส HIV มีด้วยกันมากกว่า 20 ชนิด ออกฤทธิ์แตกต่างกันไป การเลือกใช้ยาจะพิจารณาตามความเหมาะสม และพิจารณาขึ้นอยู่กับแพทย์ที่ทำการรักษา สำหรับผู้ป่วยแต่ละราย โดยแบบแผนการรักษาที่จะให้ผลดี และช่วยลดปัญหาเชื้อดื้อยาได้

จะต้องใช้ยา 3 ตัวรวมกันหรือมากกว่า โดยการรักษาด้วยวิธีนี้ จะทำให้อัตราป่วยจากโรคแทรกซ้อน และอัตราการตายของผู้มีเชื้อ HIV ที่อยู่ในระยะเอดส์ ลดลงได้อย่างมาก ถึงแม้จะยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ก็ตาม ดังนั้นผู้ป่วยควรให้ความสำคัญกับการรับประทานยา ตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ยาต้านเอชไอวีช่วยหยุดยั้งการแบ่งตัวของเชื้อไวรัสเอชไอวี แต่ไม่สามารถกำจัดเชื้อให้หมดไปจากร่างกายได้ ดังนั้นจึงต้องกินยาให้ตรงเวลา

และต่อเนื่องเพื่อไม่เปิดโอกาสให้เชื้อดื้อยาได้ง่ายและสามารถควบคุมเชื้อเอชไอวีไว้ได้ตลอดเวลา

Love2Test

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องที่นี่

คำถามที่พบบ่อย

ผลตรวจดีขึ้นแล้วหยุดยาต้าน HIV ได้ไหม?

ไม่ควรหยุดหรือเปลี่ยนยาเอง ควรคุยกับทีมดูแลก่อนทุกครั้งเพื่อป้องกันไวรัสกลับเพิ่มและการดื้อยา

ควรเตรียมอะไรเมื่อคุยเรื่องผลข้างเคียง?

จดชื่อยา เวลาเริ่มอาการ ความรุนแรง ยาและอาหารเสริมอื่น รวมถึงสิ่งที่ทำให้อาการดีขึ้นหรือแย่ลง

ควรเตรียมอะไรไปคุยกับผู้ให้บริการ

เตรียมผลตรวจ รายการยาและอาหารเสริม ประวัติแพ้ยา และคำถามที่กังวล เพื่อให้ผู้ให้บริการประเมินและวางแผนร่วมกันตามสถานการณ์ของตน

Chat Love2Test

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ประกอบ

ปรับปรุงเนื้อหา: 7 ตุลาคม 2569