คำถามว่า ไวรัสตับอักเสบบี ควรตรวจเมื่อไร ตอบได้ว่าไม่ต้องรออาการ เพราะคนส่วนใหญ่ที่มีเชื้อไม่มีอาการอะไรเลย และบางคนมีเชื้อมาตั้งแต่เกิดแล้วรู้ตัวตอนอายุสี่สิบ หน้านี้จึงไม่เล่าซ้ำว่าไวรัสตับอักเสบมีกี่ชนิด แต่ตอบเรื่องเดียวคือใครควรตรวจ ตรวจอะไร และรู้ผลแล้วทำอะไรต่อ ส่วนภาพรวมทั้งห้าชนิดอยู่ที่ ไวรัสตับอักเสบ มีกี่ชนิด ต่างกันอย่างไร
ทำไมคนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าตัวเองมีเชื้อ
ผู้ใหญ่ที่ได้รับเชื้อครั้งแรกส่วนมากกำจัดเชื้อออกไปได้เองและมีภูมิคุ้มกันไว้ตลอดชีวิต มีเพียงส่วนน้อยที่เชื้อยังอยู่ต่อและกลายเป็นการติดเชื้อเรื้อรัง แต่กลับกันในทารกที่ได้รับเชื้อตอนคลอด โอกาสที่จะกลายเป็นเรื้อรังสูงมาก และนั่นคือเหตุผลที่คนไทยรุ่นก่อนที่เกิดก่อนจะมีวัคซีนในระบบ จำนวนไม่น้อยมีเชื้อมาตั้งแต่เกิดโดยไม่เคยรู้
การติดเชื้อเรื้อรังทำงานเงียบ ตับไม่มีเส้นประสาทรับความเจ็บในเนื้อตับ จึงอักเสบสะสมไปได้หลายปีโดยไม่ส่งสัญญาณอะไรออกมา ถ้ามีอาการ สิ่งที่พบคือเพลียมาก เบื่ออาหาร คลื่นไส้ จุกแน่นใต้ชายโครงขวา ปัสสาวะสีเข้ม และตาเหลืองตัวเหลือง ซึ่งทั้งหมดเป็นอาการที่คนมักโยนให้ความเหนื่อยจากงานไปก่อน
มีอีกสถานการณ์หนึ่งที่ควรรู้ไว้ คนที่มีเชื้ออยู่เงียบ ๆ แล้วไปรับการรักษาโรคอื่นที่ต้องใช้ยากดภูมิคุ้มกัน เช่น ยากลุ่มสเตียรอยด์หรือยาเคมีบำบัด อาจเกิดตับอักเสบรุนแรงขึ้นในช่วงนั้นหรือหลังหยุดยา เรื่องนี้ไม่ได้แปลว่าห้ามใช้ยา แต่แปลว่าถ้าเคยตรวจพบเชื้อ ต้องบอกแพทย์ทุกครั้งที่จะเริ่มการรักษาใหม่ เพื่อให้ทีมวางแผนเฝ้าระวังไว้ล่วงหน้า
ติดต่อทางไหนจริง ๆ และทางไหนที่ไม่ติด
ความเข้าใจผิดเรื่องช่องทางเป็นต้นทางของการตีตราที่ไม่จำเป็น เชื้อตัวนี้อยู่ในเลือดและสารคัดหลั่ง และติดต่อง่ายกว่าเอชไอวีหลายเท่าเมื่อเทียบปริมาณเชื้อที่ต้องสัมผัส ช่องทางที่เกิดขึ้นจริงคือ
- จากแม่สู่ลูกตอนคลอด ซึ่งเป็นช่องทางหลักในภูมิภาคนี้ และเป็นช่องทางที่ป้องกันได้ชัดที่สุดด้วยการดูแลตั้งแต่ฝากท้อง
- เพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย ทั้งทางอวัยวะเพศ ทางปาก และทางทวารหนัก
- การใช้เข็มหรือกระบอกฉีดยาร่วมกัน รวมถึงอุปกรณ์สักและเจาะที่ไม่ได้ฆ่าเชื้ออย่างถูกต้อง
- ของใช้ส่วนตัวที่อาจมีเลือดติด เช่น ใบมีดโกน แปรงสีฟัน และกรรไกรตัดเล็บ
ส่วนทางที่ ไม่ ติดคือการจูบและน้ำลาย การกอด การกินอาหารร่วมกัน การใช้ช้อนส้อมหรือห้องน้ำร่วมกัน การไอจาม และการว่ายน้ำในสระเดียวกัน ข้อนี้สำคัญพอจะพูดซ้ำ เพราะเป็นเหตุให้คนที่มีเชื้อถูกกันออกจากวงอาหารหรือจากงานโดยไม่มีเหตุผลทางการแพทย์รองรับเลย
ไวรัสตับอักเสบบี ควรตรวจเมื่อไร และตรวจอะไร
คำตอบสั้นคือตรวจเมื่อไรก็ได้ ไม่ต้องรออาการ และยิ่งมีข้อใดข้อหนึ่งข้างล่างนี้ยิ่งควรรีบคุยกับคลินิก เพราะผลที่ได้เปลี่ยนสิ่งที่ต้องทำต่อทันที ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มติดตามผล หรือการรับวัคซีนถ้ายังไม่มีภูมิ
- ยังไม่เคยได้รับวัคซีนหรือไม่แน่ใจว่าเคยได้รับครบหรือยัง
- มีคนในบ้านหรือคู่ที่ตรวจพบเชื้อ
- เคยมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยกับคนที่ไม่ทราบผลตรวจ
- เคยใช้เข็มร่วมกับคนอื่น หรือเคยสักหรือเจาะในที่ที่ไม่มั่นใจเรื่องการฆ่าเชื้อ
- กำลังตั้งครรภ์ หรือวางแผนจะมีลูก
- เกิดก่อนที่ประเทศไทยจะให้วัคซีนนี้กับเด็กแรกเกิดเป็นงานประจำ และยังไม่เคยตรวจเลย
- กำลังจะเริ่มการรักษาที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน
การตรวจเป็นการตรวจเลือดครั้งเดียว และผลจะแยกได้สามอย่าง คือกำลังมีเชื้ออยู่ เคยติดแล้วหายและมีภูมิไปแล้ว หรือยังไม่มีภูมิเลยซึ่งหมายถึงควรรับวัคซีน การแปลผลตรงนี้เป็นงานของแพทย์ ไม่ใช่สิ่งที่ควรเทียบเอาเองจากตารางในอินเทอร์เน็ต เพราะค่าที่ดูคล้ายกันให้ความหมายต่างกันได้มาก ภาพรวมว่าการตรวจแต่ละชนิดตอบอะไร ดูได้จากหน้าความรู้ ตรวจ HIV เมื่อไหร่ดี และควรเลือกการตรวจแบบไหน? ซึ่งอธิบายหลักการเดียวกันไว้
ถ้าผลบอกว่ามีเชื้อ ขั้นถัดไปคืออะไร
ข้อแรกที่ควรรู้คือการมีเชื้อไม่เท่ากับต้องเริ่มยาทันที หลายคนอยู่ในกลุ่มที่ตับยังทำงานดีและปริมาณไวรัสต่ำ ซึ่งแนวทางคือการติดตามผลเป็นระยะแทนการให้ยา ส่วนใครควรเริ่มยาและเมื่อไร เป็นการประเมินของแพทย์จากผลเลือดและผลตรวจตับ ไม่ใช่สิ่งที่เทียบจากกรณีของคนอื่นได้
สิ่งที่เป็นงานของเราในช่วงนั้นมีสี่ข้อ
- ไปตามนัด การติดตามผลเป็นระยะคือหัวใจของการดูแลโรคนี้ เพราะมันเปลี่ยนสถานะได้ตามเวลา
- ดูแลตับ ลดหรือเลิกแอลกอฮอล์ และปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาสมุนไพรหรืออาหารเสริมที่ไม่ทราบส่วนประกอบ
- พาคนใกล้ตัวไปตรวจ ทั้งคู่และคนในบ้าน เพื่อให้คนที่ยังไม่มีภูมิได้รับวัคซีน
- บอกบุคลากรทุกครั้ง ที่จะเริ่มการรักษาใหม่หรือต้องทำหัตถการ เพื่อให้ทีมวางแผนไว้ล่วงหน้า
และสิ่งที่ไม่ต้องทำคือเปลี่ยนวิถีชีวิตทั้งหมดด้วยความกลัว คนที่มีเชื้อเรื้อรังทำงาน เรียน ออกกำลังกาย มีคู่ และมีลูกได้ตามปกติ โดยมีเงื่อนไขว่าอยู่ในระบบการติดตามผล และไม่มีข้อกำหนดทางการแพทย์ใดที่บังคับให้ต้องแจ้งที่ทำงานหรือที่เรียน
คนใกล้ตัวกับวัคซีน ส่วนที่ป้องกันได้จริง
วัคซีนของโรคนี้เป็นเครื่องมือที่ได้ผลชัดที่สุดในเรื่องทั้งหมด ประเทศไทยให้วัคซีนนี้กับเด็กแรกเกิดเป็นงานประจำมาหลายสิบปี ทำให้คนรุ่นหลังมีภูมิคุ้มกันไปแล้วเกือบทั้งรุ่น ส่วนผู้ใหญ่ที่เกิดก่อนหน้านั้นหรือไม่แน่ใจว่าได้รับครบ ยังรับได้และเป็นเรื่องที่คุยกับคลินิกได้เลย โดยมักตรวจเลือดดูภูมิก่อนเพื่อไม่ให้ฉีดซ้ำโดยไม่จำเป็น
สำหรับคนในบ้านของผู้มีเชื้อ สิ่งที่ควรทำคือไปตรวจกันทั้งบ้านแล้วให้คนที่ยังไม่มีภูมิรับวัคซีน หลังจากนั้นก็ใช้ชีวิตร่วมกันได้ตามปกติ ไม่ต้องแยกจาน แยกห้องน้ำ หรือแยกที่นอน สิ่งเดียวที่ต้องแยกคือของใช้ที่อาจมีเลือดติด อย่างใบมีดโกนและแปรงสีฟัน เรื่องกำหนดการและรายละเอียดของวัคซีนอยู่ที่ ไวรัสตับอักเสบบี ป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน
ส่วนคนที่กำลังตั้งครรภ์และตรวจพบเชื้อ อย่าตกใจ นี่เป็นสถานการณ์ที่ระบบเตรียมทางไว้แล้ว ทีมฝากท้องจะวางแผนเพื่อลดโอกาสที่เชื้อจะไปถึงลูกตอนคลอด และลูกจะได้รับการดูแลตามแนวทางตั้งแต่ชั่วโมงแรกหลังคลอด สิ่งที่สำคัญที่สุดคือแจ้งผลให้ทีมรู้ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่รอถึงวันคลอด
คำถามที่พบบ่อย
ไม่มีอาการเลย จำเป็นต้องตรวจไหม
จำเป็น เพราะคนที่มีเชื้อเรื้อรังส่วนใหญ่ไม่มีอาการอยู่หลายปี การตรวจเลือดครั้งเดียวบอกได้ว่าควรติดตามผลหรือควรรับวัคซีน
ติดจากการกินข้าวร่วมกันหรือจูบได้ไหม
ไม่ได้ เชื้ออยู่ในเลือดและสารคัดหลั่ง ไม่ติดทางน้ำลาย อาหาร หรือการใช้ห้องน้ำร่วมกัน
ตรวจพบเชื้อแล้วต้องกินยาตลอดชีวิตไหม
ไม่ใช่ทุกคน หลายคนอยู่ในกลุ่มที่ติดตามผลเป็นระยะโดยยังไม่ต้องเริ่มยา การตัดสินใจเรื่องนี้เป็นของแพทย์ที่ดูผลตรวจ
ฉีดวัคซีนแล้ว ยังติดได้อีกไหม
โอกาสต่ำมากถ้าได้รับครบและมีภูมิขึ้น แต่คนที่ไม่แน่ใจว่าเคยได้รับครบหรือยัง ควรตรวจดูภูมิก่อนแล้วคุยกับคลินิก
มีเชื้อแล้วมีลูกได้ไหม
ได้ และมีแนวทางลดโอกาสที่เชื้อจะไปถึงลูกตอนคลอด เงื่อนไขคือต้องแจ้งทีมฝากท้องตั้งแต่ครั้งแรก
สรุป
- คนที่มีเชื้อเรื้อรังส่วนใหญ่ไม่มีอาการ การตรวจเลือดจึงเป็นทางเดียวที่จะรู้
- ช่องทางจริงคือจากแม่สู่ลูกตอนคลอด เพศสัมพันธ์ การใช้เข็มร่วมกัน และของใช้ที่อาจมีเลือดติด
- ไม่ติดจากการจูบ การกินร่วมกัน หรือการใช้ห้องน้ำร่วมกัน
- มีเชื้อไม่เท่ากับต้องเริ่มยาทันที หลายคนอยู่ในกลุ่มที่ติดตามผลเป็นระยะ
- คนในบ้านและคู่ควรไปตรวจ แล้วให้คนที่ยังไม่มีภูมิรับวัคซีน
ถ้าอ่านจบแล้วยังไม่แน่ใจว่าตัวเองอยู่กลุ่มไหน ให้ใช้คำถามเดียวตัดสินว่าเคยตรวจเรื่องนี้หรือยัง ถ้าคำตอบคือไม่เคย นั่นคือคำตอบว่าควรตรวจ และถ้ากังวลเรื่องค่าใช้จ่ายหรือขั้นตอน ถามเจ้าหน้าที่ที่คลินิกใกล้บ้านได้เลยว่ามีสิทธิอะไรรองรับบ้าง เป็นคำถามที่เขาตอบให้เป็นงานประจำ
หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ


