หนองในเทียมตอนตั้งครรภ์ เป็นเรื่องที่รักษาได้และมีทางป้องกันไม่ให้ไปถึงลูก แต่ต้องรู้ก่อนคลอด ไม่ใช่รู้ตอนลูกมีอาการแล้ว หน้านี้ตอบเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับการตั้งครรภ์ ทั้งเรื่องว่าใครควรตรวจ ผลพบเชื้อแล้วหมายถึงอะไร และหลังคลอดต้องเฝ้าดูอะไร ส่วนพื้นฐานของโรคอยู่ที่ หนองในเทียม อาการ การตรวจ และการรักษา
หนองในเทียมตอนตั้งครรภ์ ควรตรวจตอนฝากท้องไหม
คำตอบสั้นคือควรคุยเรื่องนี้กับทีมฝากท้องตั้งแต่ครั้งแรก ไม่ต้องรอให้มีอาการ เพราะคนที่มีเชื้อโรคนี้ส่วนใหญ่ไม่มีอาการเลย และอาการที่มีก็ทับซ้อนกับเรื่องที่คนตั้งครรภ์เจอกันอยู่แล้ว เช่น ตกขาวมากขึ้นหรือปวดท้องน้อย จึงถูกมองข้ามได้ง่ายเป็นพิเศษในช่วงนี้
ชุดตรวจที่หน่วยฝากท้องในประเทศไทยเสนอให้เป็นงานประจำ เน้นไปที่เอชไอวี ซิฟิลิส และไวรัสตับอักเสบบี ส่วนหนองในเทียมไม่ได้อยู่ในชุดนั้นทุกที่ ถ้าอยากตรวจจึงมักต้องบอกเองว่าต้องการตรวจ สถานการณ์ที่ควรยกเรื่องนี้ขึ้นมาคุยแน่ ๆ ได้แก่
- อายุยังน้อย หรือเพิ่งเปลี่ยนคู่ในช่วงปีที่ผ่านมา
- คู่ตรวจพบเชื้อ หรือคู่มีอาการแสบขัดเวลาปัสสาวะหรือมีมูกไหล
- มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยกับคนที่ไม่ทราบผลตรวจ
- เคยเป็นหนองในเทียมหรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นมาก่อน
- มีตกขาวเปลี่ยนลักษณะ ปวดท้องน้อย หรือมีเลือดออกผิดปกติในช่วงตั้งครรภ์
การเก็บตัวอย่างใช้วิธีเดิมที่ใช้กับคนทั่วไป คือป้ายเก็บจากช่องคลอดหรือปากมดลูก หรือเก็บปัสสาวะ และถ้ามีเพศสัมพันธ์ทางปากหรือทางทวารหนักก็ควรบอกเพื่อให้เก็บตำแหน่งนั้นด้วย การตรวจไม่กระทบกับการตั้งครรภ์และไม่ต้องรอให้ถึงไตรมาสใดเป็นพิเศษ
ถ้าผลพบเชื้อ ส่งผลถึงลูกอย่างไร
ข้อแรกที่ควรรู้คือผลพบเชื้อไม่ได้แปลว่าลูกจะมีปัญหา มันแปลว่ามีงานที่ต้องทำให้ครบก่อนคลอด เชื้อหนองในเทียมไม่ได้ข้ามไปสู่ลูกในระหว่างที่อยู่ในท้อง จุดที่ส่งต่อได้คือตอนคลอดเมื่อลูกเคลื่อนผ่านช่องคลอดที่มีเชื้ออยู่
ถ้าลูกได้รับเชื้อไป อาการที่พบได้มีสองแบบหลัก แบบแรกคือเยื่อบุตาอักเสบ ตาแดง มีขี้ตามาก เปลือกตาบวม มักเริ่มในช่วงไม่กี่วันถึงสองสามสัปดาห์แรกหลังคลอด แบบที่สองคือปอดบวม ซึ่งมาช้ากว่านั้น อาจเป็นหลายสัปดาห์จนถึงหลายเดือน และอาการนำมักเป็นไอแห้ง ๆ ที่ไม่มีไข้ชัดเจน ทั้งสองแบบรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะเมื่อพบเร็ว แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรปล่อยให้เกิดถ้าป้องกันได้
นอกจากเรื่องของลูก การอักเสบที่ไม่ได้รักษายังเกี่ยวโยงกับภาวะที่ทีมฝากท้องเฝ้าระวังอยู่แล้ว เช่น ถุงน้ำแตกก่อนกำหนดและการคลอดก่อนกำหนด นี่คือเหตุผลที่การเจอและรักษาให้ครบระหว่างตั้งครรภ์มีค่ามากกว่าการรอดูอาการ
รักษาระหว่างตั้งครรภ์ได้ไหม และตรวจซ้ำเมื่อไร
รักษาได้ และมียาปฏิชีวนะที่ใช้ได้ในคนที่ตั้งครรภ์ แพทย์ที่ดูแลการตั้งครรภ์จะเป็นคนเลือกว่าใช้ตัวไหน นานเท่าไร โดยดูจากอายุครรภ์ ยาที่เราใช้อยู่ ประวัติแพ้ยา และผลตรวจ หน้านี้จึงไม่ไล่ชื่อยาให้เทียบเอง เพราะการเลือกยาในช่วงตั้งครรภ์เป็นเรื่องที่ต้องให้คนที่เห็นข้อมูลทั้งหมดตัดสิน
สิ่งที่เป็นหน้าที่ของเราในช่วงนั้นมีสี่ข้อ
- กินยาให้ครบตามที่แพทย์สั่ง แม้ตกขาวหรืออาการแสบจะหายไปก่อน
- งดเพศสัมพันธ์จนกว่าทั้งเราและคู่จะรักษาครบตามที่แพทย์กำหนด
- กลับไปตรวจซ้ำตามนัด แนวทางส่วนใหญ่เสนอให้ตรวจยืนยันอีกครั้งหลังรักษา และตรวจอีกรอบในช่วงไตรมาสท้ายถ้ายังมีโอกาสสัมผัสเชื้อ
- แจ้งทีมที่ดูแลการคลอดว่าเคยตรวจพบเชื้อนี้ เพื่อให้มีการเฝ้าดูลูกหลังคลอดอย่างเหมาะสม
ถ้ามีผื่น คัน คลื่นไส้มากขึ้น หรืออาการใดที่ดูเหมือนแพ้ยา ให้กลับไปพบแพทย์ก่อนนัดทันที อย่าหยุดยาเองแล้วรอดูไปก่อน
คู่ต้องตรวจและรักษาด้วย ไม่ใช่เรื่องของคนท้องคนเดียว
ข้อนี้เป็นข้อที่ทำให้หลายคนกลับมาเป็นซ้ำ ถ้ารักษาแค่ฝ่ายที่ตั้งครรภ์ แล้วกลับไปมีเพศสัมพันธ์กับคู่ที่ยังมีเชื้ออยู่ เชื้อก็เดินกลับมาที่เดิม และรอบนี้อาจใกล้กำหนดคลอดมากขึ้นกว่าเดิม คลินิกส่วนใหญ่ช่วยออกเอกสารให้คู่ไปตรวจและรับการรักษาได้ โดยไม่ต้องเล่ารายละเอียดอะไรมากที่หน่วยบริการปลายทาง
การคุยกับคู่เรื่องนี้ง่ายขึ้นถ้าเริ่มจากข้อเท็จจริงว่าโรคนี้เงียบมาก ไม่มีใครรู้ว่าตัวเองมีเชื้อจนกระทั่งตรวจ การไล่หาว่าใครพามาจึงไม่ช่วยอะไรและกินเวลาที่ควรใช้ไปกับการพาทั้งคู่ไปตรวจ ถ้าต้องการข้อมูลกลาง ๆ ให้คู่อ่านเอง หน้าความรู้ STI: รู้ทัน ตรวจเป็น และรักษาได้ เหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่มอ่านเรื่องนี้
โอกาสนี้ยังเป็นจังหวะดีที่จะตรวจโรคอื่นในคราวเดียว เพราะคนที่เจอโรคหนึ่งมักมีโอกาสสัมผัสโรคอื่นมาด้วย และบางโรคมีวิธีลดการถ่ายทอดสู่ลูกที่ชัดเจนถ้ารู้ทัน เช่นเรื่องในหน้า เมื่อแม่ติดเชื้อ ลูกก็เสี่ยง ป้องกันการถ่ายทอดเอชไอวีจากแม่สู่ลูกอย่างไร?
หลังคลอดแล้ว ต้องเฝ้าดูอะไรที่ลูก
ถ้าตรวจพบและรักษาครบก่อนคลอด ความเสี่ยงลดลงมาก แต่การเฝ้าดูในช่วงแรกยังคุ้มค่า เพราะอาการของลูกมาเงียบและพ่อแม่มือใหม่มักไม่แน่ใจว่าอะไรปกติ อะไรไม่ปกติ
- ตาแดง มีขี้ตามาก เปลือกตาบวม ในช่วงสองสามวันถึงสองสามสัปดาห์แรก ควรให้บุคลากรดู อย่าหยอดยาที่เหลือจากคนอื่น
- ไอต่อเนื่อง หายใจเร็ว หรือหายใจมีเสียง ในช่วงหลายสัปดาห์ถึงสองสามเดือน ควรพาไปตรวจและบอกประวัติว่าแม่เคยตรวจพบเชื้อนี้
- ดูดนมได้น้อยลงหรือซึมลง เป็นสัญญาณกลาง ๆ ที่ควรให้บุคลากรประเมินทุกครั้ง ไม่ว่าสาเหตุจะเป็นอะไร
ประวัติของแม่คือข้อมูลที่ช่วยหมอเด็กได้มากที่สุด การบอกตรง ๆ ว่าเคยตรวจพบหนองในเทียมและรักษาเมื่อไร ทำให้การวินิจฉัยเร็วขึ้นหลายวัน และไม่มีใครที่หน่วยบริการจะเอาเรื่องนี้ไปตัดสินเรา
เรื่องที่พ่อแม่หลายคู่ถามคือจะต้องกังวลไปอีกนานแค่ไหน คำตอบคือช่วงที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษสั้นกว่าที่กลัว ถ้าผ่านช่วงสองสามสัปดาห์แรกไปโดยที่ตาปกติ และผ่านช่วงสองสามเดือนแรกไปโดยที่การหายใจปกติ ก็ถือว่าพ้นช่วงที่เชื้อตัวนี้จะแสดงตัวแล้ว หลังจากนั้นการพาไปตรวจตามนัดของคลินิกเด็กตามปกติก็เพียงพอ ไม่ต้องเพิ่มการตรวจพิเศษใด ๆ เพราะความกังวลเรื่องนี้
อีกข้อที่ควรรู้ไว้ล่วงหน้าคือ ถ้าตรวจพบเชื้อในการตั้งครรภ์ครั้งนี้ ไม่ได้แปลว่าการตั้งครรภ์ครั้งหน้าจะมีปัญหาเดียวกัน โรคนี้ไม่ทิ้งร่องรอยไว้ในร่างกายหลังรักษาหายแล้ว แต่สิ่งที่คุ้มค่าคือเก็บประวัตินี้ไว้เล่าให้ทีมฝากท้องฟังในครั้งต่อไป เพราะคนที่เคยเป็นมาแล้วมักได้รับการเสนอให้ตรวจซ้ำตั้งแต่ต้น ซึ่งเป็นผลดีกับเราเอง
คำถามที่พบบ่อย
เชื้อข้ามไปสู่ลูกตอนอยู่ในท้องได้ไหม
ไม่ใช่ช่องทางหลัก จุดที่ส่งต่อได้คือตอนคลอดเมื่อลูกผ่านช่องคลอด นี่คือเหตุผลที่การรักษาให้ครบก่อนกำหนดคลอดจึงมีค่า
ต้องผ่าคลอดไหมถ้าตรวจพบเชื้อ
ไม่ใช่ข้อบ่งชี้โดยอัตโนมัติ การเลือกวิธีคลอดเป็นการประเมินของทีมที่ดูแล โดยดูหลายปัจจัยร่วมกัน ไม่ใช่ดูผลตรวจนี้อย่างเดียว
ให้นมแม่ได้ไหมหลังรักษา
โดยทั่วไปให้ได้ และควรถามแพทย์หรือเภสัชกรเรื่องยาที่กำลังใช้อยู่ให้ชัดก่อน แทนที่จะหยุดให้นมไปเองด้วยความไม่แน่ใจ
ตรวจพบตอนใกล้คลอดแล้ว ยังทันไหม
ยังทำอะไรได้อยู่ ให้แจ้งทีมที่ดูแลทันทีเพื่อวางแผนการรักษาและการเฝ้าดูลูกหลังคลอด อย่ารอให้ถึงวันคลอดแล้วค่อยบอก
รักษาแล้วจะติดใหม่ได้อีกไหม
ได้ ถ้าคู่ยังไม่ได้รักษาหรือมีการสัมผัสเชื้อใหม่ จึงต้องรักษาคู่ไปพร้อมกันและตรวจซ้ำตามนัด
สรุป
- หนองในเทียมในช่วงตั้งครรภ์มักไม่มีอาการ และไม่ได้อยู่ในชุดตรวจฝากท้องทุกที่ จึงควรยกขึ้นมาคุยเอง
- เชื้อส่งต่อถึงลูกตอนคลอด ไม่ใช่ตอนอยู่ในท้อง อาการที่พบในลูกคือเยื่อบุตาอักเสบและปอดบวม
- รักษาได้ระหว่างตั้งครรภ์ และการเลือกยาเป็นเรื่องของแพทย์ที่ดูแลการตั้งครรภ์
- คู่ต้องตรวจและรักษาพร้อมกัน ไม่งั้นเชื้อเดินกลับมาใกล้กำหนดคลอด
- แจ้งประวัตินี้กับทีมที่ดูแลการคลอดและกับหมอเด็ก เพื่อให้เฝ้าดูลูกได้ถูกจุด
ถ้าเพิ่งรู้ผลและกำลังตั้งหลักไม่ทัน ข้อที่ใช้ตั้งสติได้คือเรื่องนี้มีทางจัดการที่ชัดเจนและรักษาหายขาด สิ่งที่ต้องรีบไม่ใช่การตัดสินใจเรื่องยาด้วยตัวเอง แต่เป็นการนัดคุยกับทีมฝากท้องและพาคู่ไปตรวจให้ไว
หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ


