การใช้ PrEP เพื่อป้องกันเอชไอวี ต้องเริ่มจากการตรวจเอชไอวีและเลือกแผนให้เข้ากับชีวิต ไม่ใช่เพียงซื้อยามากินเอง PrEP มีทั้งแบบรายวัน แบบ On-Demand สำหรับบางสถานการณ์ และแบบออกฤทธิ์นานในบางบริการ หากเกิดเหตุเสี่ยงไปแล้วและยังไม่เกิน 72 ชั่วโมง ควรประเมิน PEP แทน [1] [2]
การใช้ PrEP ช่วยอะไร และไม่ช่วยอะไร
PrEP เป็นยาป้องกันก่อนสัมผัสเชื้อสำหรับผู้ที่ยังไม่มีเอชไอวี เมื่อใช้ตามแผนจะช่วยลดโอกาสรับเชื้อได้มาก แต่ไม่ใช่ยารักษาเอชไอวี ไม่ป้องกันซิฟิลิส หนองใน หนองในเทียม เริม หรือการตั้งครรภ์
PrEP เป็นทางเลือกของคนทุกเพศ ไม่จำเป็นต้องรอให้มี “ความเสี่ยงสูง” หรือติดป้ายตัวเอง หากอยากเพิ่มความมั่นใจ สามารถคุยกับเจ้าหน้าที่ได้โดยอธิบายรูปแบบเพศสัมพันธ์และสิ่งที่กังวลตามจริง
ก่อนเริ่ม PrEP ต้องตรวจอะไร
- ตรวจเอชไอวี และแจ้งวันเสี่ยงล่าสุด เพื่อเลือกชนิดการตรวจและแยกว่าควรใช้ PrEP หรือ PEP
- ตรวจไวรัสตับอักเสบบี เพราะยากินบางชนิดออกฤทธิ์ต่อไวรัสนี้ และการหยุดเองอาจกระทบตับ
- ตรวจการทำงานของไตเมื่อเกี่ยวข้อง เพื่อเลือกชนิดยาและแผนติดตาม
- แจ้งยา ฮอร์โมน สมุนไพร และอาหารเสริม รวมถึงการตั้งครรภ์หรือให้นมเมื่อเกี่ยวข้อง
- ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ตามตำแหน่งสัมผัสและประวัติ ไม่ใช่ใช้การตรวจแบบเดียวกับทุกคน
หากอยากเตรียมตัวก่อนตรวจ อ่าน ตรวจเอชไอวีหลังเสี่ยงกี่วันและเลือกแบบไหนดี
เลือกวิธีใช้ PrEP แบบไหนดี
| วิธี | อาจเหมาะเมื่อ | ข้อควรรู้ |
|---|---|---|
| แบบรายวัน | คาดการณ์เพศสัมพันธ์ไม่ได้ มีเหตุบ่อย หรือต้องการแผนจำง่าย | ต้องรู้วันเริ่มที่คุ้มครองและวิธีหยุดตามตำแหน่งสัมผัส |
| แบบ On-Demand | คาดการณ์ล่วงหน้าได้และทำตามแผนก่อน–หลังเหตุได้ | แนวทางไทยเปิดให้พิจารณาได้ทุกเพศ แต่ช่วงกินต่อและชนิดยาต้องเลือกให้เหมาะ ไม่ใช่ทุกคนใช้สูตรสั้นเหมือนกัน |
| แบบออกฤทธิ์นาน | ไม่สะดวกกินยาและสามารถมารับบริการตามนัดได้ | ต้องตรวจเอชไอวีตามรอบและมีแผนเมื่อขาดนัด |
อย่าเลือกจากเพศหรือรูปลักษณ์อย่างเดียว ให้ดูตำแหน่งสัมผัส ความถี่ สุขภาพเดิม ชนิดยา และความสามารถในการทำตามแผน
ใช้ PrEP อย่างไรให้เข้ากับชีวิต
- ขอให้เจ้าหน้าที่เขียนวันเริ่ม วันหยุด และวิธีรับมือเมื่อลืมยาให้ชัด
- ผูกยากับกิจวัตรที่ทำอยู่แล้ว หรือตั้งเตือนโดยไม่เปิดเผยชื่อยาหากต้องการความเป็นส่วนตัว
- เตรียมยาก่อนเดินทางและเก็บตามฉลาก ไม่แบ่งยาให้ผู้อื่น
- ตรวจเอชไอวีและรับการติดตามตามนัด แม้ไม่มีอาการ
- เลือกใช้ถุงยาง การตรวจ STI และวัคซีนร่วมตามเป้าหมายของตน
อ่านภาพรวมการใช้ถุงยางร่วมกับ PrEP ได้ที่ PrEP ถุงยาง และการตรวจเอชไอวีช่วยกันอย่างไร
เมื่อลืมยา เริ่มไม่ทัน หรือมีเหตุเพิ่ม
อย่าเพิ่มขนาดหรือเดาวิธีกินชดเชย ติดต่อหน่วยบริการพร้อมบอกวิธี PrEP ที่ใช้ เวลารับยาครั้งล่าสุด และเวลาเกิดเหตุ หากเหตุเกิดไปแล้วโดยยังไม่มีการคุ้มครองและไม่เกิน 72 ชั่วโมง ให้ประเมิน PEP โดยเร็วที่สุด ไม่ควรรอผลตรวจหรือวันนัดปกติ [1] [2]
ผลข้างเคียงแบบไหนควรขอคำแนะนำ
บางคนอาจคลื่นไส้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย หรือท้องไม่สบายในช่วงแรก หากรบกวนชีวิตหรือไม่ดีขึ้น ให้ติดต่อคลินิก ไม่ควรหยุดยาเอง
ไปฉุกเฉินทันที หากหายใจลำบาก หน้าหรือปากบวม ผื่นรุนแรง เป็นลม ตัวหรือตาเหลือง หรือปัสสาวะน้อยลงมาก
คำถามที่พบบ่อย
PrEP ต้องกินเวลาเดิมเป๊ะทุกวันไหม
การมีเวลาประจำช่วยให้ไม่ลืม แต่ถ้ากินช้าหรือลืม ให้ใช้คำแนะนำของสูตรที่ได้รับและโทรถามเมื่อไม่แน่ใจ ไม่ควรกินเพิ่มเอง
ผู้หญิงหรือผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอดใช้ On-Demand ได้ไหม
แนวทางไทยปี 2568 เปิดให้พิจารณาได้ แต่แผนกินต่ออาจต่างจากสูตรสั้น 2-1-1 จึงต้องรับแผนเฉพาะจากหน่วยบริการ
หยุด PrEP ได้เมื่อไร
ขึ้นกับวิธีที่ใช้ ตำแหน่งสัมผัส ชนิดยา และไวรัสตับอักเสบบี คุยกับหน่วยบริการก่อนหยุดเพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างในการป้องกันหรือกระทบตับ
สรุป
การใช้ PrEP ให้ปลอดภัยเริ่มจากตรวจเอชไอวี เลือกวิธีที่ทำได้จริง และติดตามตามนัด ไม่จำเป็นต้องจำสูตรจากบทความ หากลืมยา เริ่มไม่ทัน หรือมีเหตุเพิ่ม ให้ติดต่อหน่วยบริการ หากเสี่ยงไปแล้วไม่เกิน 72 ชั่วโมง ให้ประเมิน PEP ทันที [1] [2]
หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ
แหล่งอ้างอิง
ข้อควรระวังในการใช้ข้อมูล
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช้แทนการตรวจ วินิจฉัย หรือแผนดูแลเฉพาะบุคคล ให้ปรึกษาแพทย์หรือผู้ให้บริการก่อนเริ่ม หยุด เปลี่ยนยา หรือปรับขนาดยา หากมีอาการรุนแรงให้รับการดูแลเร่งด่วน
แหล่งอ้างอิงประกอบการปรับปรุง
ปรับปรุงเนื้อหา: 9 ตุลาคม 2569


