การมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย ไม่ได้หมายถึงการใช้ถุงยางอนามัยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการดูแลพฤติกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ด้วย หนึ่งในพฤติกรรมที่หลายคนอาจมองข้ามคือ การใช้เข็มฉีดยา ไม่ว่าจะเป็นการฉีดยารักษาโรค การสัก หรือแม้แต่การเจาะตามร่างกาย การใช้เข็มที่ไม่ปลอดภัยสามารถนำไปสู่การติดเชื้อร้ายแรงได้ เช่น เอชไอวี (HIV), ไวรัสตับอักเสบบี และซี (HBV และ HCV) และโรคติดต่ออื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบระยะยาวต่อสุขภาพ

ทำไมการใช้เข็มฉีดยาอย่างปลอดภัยถึงสำคัญ?
เข็มฉีดยา เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ต้องสัมผัสกับเลือดโดยตรงทุกครั้งที่ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการฉีดยารักษาโรค การเก็บตัวอย่างเลือด การฉีดวัคซีน หรือแม้แต่การทำหัตถการต่าง ๆ เช่น การสักหรือการเจาะ หากเข็มที่ใช้งานไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้ออย่างถูกต้อง หรือมีการนำเข็มมาใช้ซ้ำระหว่างคนไข้หลายคน จะเพิ่มโอกาสแพร่กระจายเชื้อโรคอันตรายจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว
โรคอันตรายที่สามารถติดต่อผ่านการใช้เข็มร่วมกัน ได้แก่
- เชื้อเอชไอวี (HIV) เป็นไวรัสที่ทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายโดยตรง ทำให้ติดเชื้อฉวยโอกาสได้ง่าย และหากไม่รักษาจะนำไปสู่โรคเอดส์ (AIDS)
- ไวรัสตับอักเสบบี (HBV) เชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดการอักเสบของตับแบบเรื้อรัง เสี่ยงต่อภาวะตับแข็ง และมะเร็งตับในระยะยาว
- ไวรัสตับอักเสบซี (HCV) อีกหนึ่งเชื้อไวรัสที่ทำลายตับอย่างเงียบ ๆ หากปล่อยไว้อาจทำให้เกิดภาวะตับวายได้โดยไม่รู้ตัว
- เชื้อแบคทีเรีย และเชื้อรา เช่น การติดเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือด หรือเชื้อราในเลือด ซึ่งสามารถนำไปสู่ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรุนแรง (Sepsis) ที่เป็นอันตรายถึงชีวิต
การติดเชื้อผ่านเข็มฉีดยา เกิดขึ้นได้อย่างไร?
- หากเข็มหรือกระบอกฉีดยาปนเปื้อนเลือดของผู้ติดเชื้อ แม้จะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่ก็สามารถมีเชื้อโรคตกค้างอยู่
- เมื่อมีการใช้เข็มซ้ำ หรือใช้เข็มที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้ออย่างเหมาะสม เชื้อโรคจะถูกส่งต่อไปยังคนถัดไปได้โดยตรง
- แม้เพียงการเจาะผิวหนังเล็ก ๆ ก็เพียงพอที่จะทำให้เชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียเข้าสู่กระแสเลือด และเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรง
ผลกระทบเมื่อได้รับเชื้อผ่านเข็มที่ไม่สะอาด
- ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะหากได้รับเชื้อเอชไอวี
- การอักเสบของตับเรื้อรัง จากไวรัสตับอักเสบบี และซี ซึ่งอาจไม่มีอาการในระยะเริ่มต้น แต่ทำลายตับอย่างต่อเนื่อ
- เสี่ยงภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น ติดเชื้อในกระแสเลือด เยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือเสียชีวิตจากภาวะตับวาย
- ส่งผลกระทบทางจิตใจ และสังคม เช่น ความเครียดจากการติดเชื้อเรื้อรัง หรือการถูกตีตราทางสังคมในกรณีติดเชื้อเอชไอวี
ทำไมการใช้เข็มฉีดยาอย่างปลอดภัย จึงไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย
- เพราะการติดเชื้อผ่านเข็ม เกิดขึ้นรวดเร็ว และ ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้
- เพราะเชื้อโรคบางชนิด เช่น เอชไอวี หรือไวรัสตับอักเสบ สามารถใช้เวลาหลายปีจึงจะแสดงอาการ ทำให้ผู้ติดเชื้อไม่รู้ตัว และแพร่เชื้อโดยไม่ตั้งใจ
- เพราะหากติดเชื้อแล้ว แม้จะรักษาได้ในบางกรณี แต่ก็ต้องรับการรักษาตลอดชีวิต และเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อนในระยะยาว
- เพราะค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคติดเชื้อเรื้อรังนั้น สูงมาก และส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ความสัมพันธ์ระหว่างการใช้เข็มไม่ปลอดภัยกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
แม้ว่าปกติ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STI) จะถูกมองว่าเป็นโรคที่แพร่จากการมีเพศสัมพันธ์โดยตรง เช่น ผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่ง หรือเยื่อบุผิวหนังขณะมีเพศสัมพันธ์ แต่ในความเป็นจริง “การใช้เข็มฉีดยาที่ไม่ปลอดภัย” ก็เป็นอีกเส้นทางหนึ่งที่สำคัญมากในการนำเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย และมีส่วนเชื่อมโยงกับการแพร่ระบาดของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หลายชนิดเช่นกัน
การติดเชื้อ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับการใช้เข็มที่ไม่ปลอดภัย
- การใช้เข็มร่วมกันในกลุ่มผู้ใช้ยาเสพติด (PWID: People Who Inject Drugs)
- ผู้ที่ฉีดยาเสพติดมักมีพฤติกรรมใช้เข็มร่วมกันหลายคนในสถานการณ์ที่ไม่สะอาด
- การแบ่งปันเข็มทำให้มีการถ่ายเทเลือดที่อาจมีเชื้อโรค เช่น เชื้อเอชไอวี (HIV), ไวรัสตับอักเสบบี (HBV) และ ไวรัสตับอักเสบซี (HCV) ได้โดยตรง
- หลังจากติดเชื้อ หากบุคคลนั้นมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน ก็สามารถ แพร่เชื้อเอชไอวี หรือไวรัสอื่น ๆ ต่อไป ได้เช่นกัน
- การสัก เจาะผิวหนัง หรือทำศัลยกรรมในสถานที่ไม่ปลอดภัย
- การสักหรือเจาะร่างกาย (เช่น หู ลิ้น หรืออวัยวะเพศ) หากใช้อุปกรณ์ เช่น เข็มสัก หรือเข็มเจาะที่ไม่สะอาด หรือไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้ออย่างเหมาะสม
- มีความเสี่ยงทำให้ผู้รับบริการได้รับเชื้อโรคในเลือดแบบเดียวกับการใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน
- การแพร่เชื้อต่อเนื่องในชุมชน
- ผู้ที่ติดเชื้อจากเข็ม ไม่ว่าจะเป็นเอชไอวี หรือไวรัสตับอักเสบ เมื่อมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย ก็สามารถแพร่เชื้อต่อไปยังคู่นอน หรือคู่นอนหลายคนได้อย่างรวดเร็ว
- ยิ่งในกลุ่มที่มีการเปลี่ยนคู่นอนบ่อย ความเสี่ยงการกระจายเชื้อในสังคมจะยิ่งสูงขึ้น
ตัวอย่างของเชื้อโรคที่เกี่ยวข้อง
- HIV ไวรัสที่ทำลายภูมิคุ้มกันร่างกายโดยตรง และติดต่อได้ทั้งทางเลือด และทางเพศสัมพันธ์
- HBV และ HCV ไวรัสตับอักเสบที่นำไปสู่โรคตับเรื้อรัง มะเร็งตับ และสามารถติดต่อผ่านเลือดหรือเพศสัมพันธ์ได้เช่นกัน
- เชื้อแบคทีเรียบางชนิด เช่นเชื้อที่ทำให้เกิดซิฟิลิสในระยะที่เข้าสู่กระแสเลือด แม้พบได้น้อยกว่าเชื้อไวรัส
ทำไมการใช้เข็มอย่างปลอดภัยจึงลดการแพร่เชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้จริง?
- การใช้เข็มที่ปลอดเชื้อทุกครั้งจะช่วยป้องกันการถ่ายเทเลือดที่มีเชื้อจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่งได้โดยตรง
- เมื่อจำนวนผู้ติดเชื้อที่เกิดจากการใช้เข็มลดลง โอกาสที่ผู้ติดเชื้อเหล่านี้จะไปแพร่ต่อทางเพศสัมพันธ์ก็ลดลงตามไปด้วย
- เป็นการช่วยลด “วงจรการระบาดแบบซ่อนเร้น” ที่หลายครั้งไม่สามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่ส่งผลกระทบในวงกว้างในสังคม

หลักการใช้เข็มฉีดยาอย่างปลอดภัย
การใช้เข็มฉีดยาอย่างถูกต้อง และปลอดภัย ไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันการติดเชื้อในแต่ละครั้งที่ฉีดยาเท่านั้น แต่ยังเป็นแนวทางสำคัญในการปกป้องตัวเอง และสังคมจากโรคติดเชื้อร้ายแรงที่แพร่ผ่านทางเลือด เช่น เอชไอวี ไวรัสตับอักเสบบี และไวรัสตับอักเสบซี
- ใช้เข็ม และกระบอกฉีดยาใหม่เสมอ ทุกครั้งที่มีการฉีดยา ต้องใช้เข็ม และกระบอกฉีดยาที่ผ่านการฆ่าเชื้อ และยังบรรจุในซองปลอดเชื้อ ห้ามนำเข็มที่เคยใช้งานแล้ว กลับมาใช้ซ้ำ แม้จะเป็นของตัวเองก็ตาม เพราะเชื้อโรคบางชนิดสามารถคงอยู่ในเข็มได้เป็นเวลานาน
- อย่าใช้เข็มร่วมกับผู้อื่นเด็ดขาด ไม่ควรใช้เข็มร่วมกัน ไม่ว่ากับคนในครอบครัว คู่รัก หรือเพื่อนสนิท เพราะไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าว่าอีกฝ่ายมีเชื้อโรคอยู่ในร่างกายหรือไม่ เช่น HIV, HBV, HCV ซึ่งสามารถถ่ายทอดผ่านการสัมผัสเลือดเพียงเล็กน้อย
- กำจัดเข็มอย่างถูกวิธี หลังใช้เข็ม ควรทิ้งลงใน “ภาชนะสำหรับทิ้งเข็มใช้แล้ว” ที่ป้องกันการแทงทะลุ เช่นกล่องพลาสติกแข็งหรือภาชนะมีฝาปิด ห้ามทิ้งเข็มลงในถังขยะทั่วไป เพราะเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับคนที่มาจัดการขยะ และยังเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรค
- เลือกสถานบริการที่ได้มาตรฐาน เลือกใช้บริการฉีดยา สัก เจาะ หรือทำศัลยกรรมในสถานที่ที่เชื่อถือได้ มีการใช้เข็มใหม่สำหรับลูกค้าทุกคน และมีมาตรฐานการฆ่าเชื้อที่ได้รับการรับรอง ควรสังเกตด้วยตนเองว่า เจ้าหน้าที่แกะเข็มใหม่ต่อหน้า และมีการล้างมือหรือเปลี่ยนถุงมือใหม่ทุกครั้ง
- หลีกเลี่ยงการฉีดยาเอง หากไม่มีความรู้เรื่องปลอดเชื้อ การฉีดยาเองโดยไม่มีความรู้ที่ถูกต้อง เช่น เทคนิคการฆ่าเชื้อ การเลือกตำแหน่งฉีด อาจทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรง เช่น การติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) ซึ่งเป็นภาวะอันตรายถึงชีวิต หากจำเป็นต้องฉีดยาด้วยตนเอง เช่น การฉีดอินซูลินในผู้ป่วยเบาหวาน ควรขอรับการอบรมจากบุคลากรทางการแพทย์ก่อนเสมอ
ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ควบคู่กับการใช้เข็มอย่างปลอดภัย
เพื่อเสริมเกราะป้องกันตัวเองให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น นอกจากการระวังเรื่องการใช้เข็มแล้ว ควรดูแลพฤติกรรมทางเพศควบคู่กันด้วย ดังนี้
- ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือช่องปาก ถุงยางอนามัยช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคทั้งจากเพศสัมพันธ์ และการสัมผัสสารคัดหลั่งต่าง ๆ
- ตรวจหาเชื้อ STIs เป็นประจำทุก 3–6 เดือน โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ที่มีคู่นอนหลายคน ผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชาย (MSM) หรือผู้ใช้สารเสพติด
- หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนคู่นอนบ่อย โดยไม่ตรวจสุขภาพร่วมกัน การตรวจสุขภาพทางเพศก่อนมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนใหม่ เป็นการปกป้องทั้งตัวเอง และคู่ของคุณ
- รับวัคซีนป้องกันโรคที่เกี่ยวข้องกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น วัคซีน HPV (ป้องกันมะเร็งปากมดลูก, มะเร็งทวารหนัก, หูดหงอนไก่) และวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี (HBV)
อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
- อยากตรวจ HIV แต่ไม่กล้า? Love2Test.org ช่วยคุณได้!
- โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ในวัยรุ่น รู้เท่าทัน ป้องกันได้
การใช้เข็มฉีดยาอย่างปลอดภัย คือ สิ่งที่ทุกคนต้องใส่ใจ เพราะเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น เอชไอวี ซิฟิลิส ไวรัสตับอักเสบ และโรคติดเชื้ออื่น ๆ อย่ามองข้ามการเลือกใช้เข็มใหม่เสมอ และรักษามาตรฐานความสะอาดทุกครั้ง เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง และการใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยในระยะยาว
เอกสารอ้างอิง
- Centers for Disease Control and Prevention (CDC). HIV and Injection Drug Use. Information about HIV transmission and prevention related to injection drug use. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.cdc.gov/hiv/basics/hiv-transmission/injection-drug-use.html
- World Health Organization (WHO). Injection Safety. Safe practices to prevent infections related to injections and skin piercing. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/injection-safety
- UNAIDS. Harm reduction to prevent HIV and other infectious diseases among people who inject drugs. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.unaids.org/en/topic/harm-reduction
- กระทรวงสาธารณสุขแห่งประเทศไทย. เว็บไซต์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. ข้อมูลเกี่ยวกับการป้องกันการแพร่เชื้อเอชไอวีและไวรัสตับอักเสบผ่านเข็มฉีดยา. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://ddc.moph.go.th
- สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่. แนวทางการใช้เข็มฉีดยาอย่างปลอดภัยเพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเลือด. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://ddc.moph.go.th/region1/



