HPV ในผู้ชาย คืออะไร? ทำไมไม่ควรคิดว่าเป็นเรื่องของผู้หญิงเท่านั้น

หากพูดถึง HPV หรือ Human Papillomavirus หลายคนมักเชื่อมโยงเชื้อนี้กับมะเร็งปากมดลูก และจึงคิดว่าเป็นโรคของผู้หญิงเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ผู้ชาย คือ กลุ่มที่ติดเชื้อ HPV ได้มากพอๆ กับผู้หญิง และยังมีผลกระทบที่รุนแรงไม่น้อยกว่า ทั้งหูดหงอนไก่ การติดเชื้อแบบเรื้อรัง และความเสี่ยงต่อมะเร็งหลายตำแหน่ง เช่น มะเร็งทวารหนัก มะเร็งช่องปาก และมะเร็งอวัยวะเพศชาย

น่าเสียดายที่ความเข้าใจผิดนี้ยังคงพบได้ในสังคมไทย ทำให้ผู้ชายจำนวนมากละเลยการป้องกัน ไม่รู้จักอาการ รวมถึงไม่เคยตรวจ HPV เลยตลอดชีวิต ความรู้ที่ถูกต้องคือสิ่งสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงที่อาจกระทบทั้งตัวเอง และคู่นอนในอนาคต

Quicky
HPV ในผู้ชาย คืออะไร? ทำไมไม่ควรคิดว่าเป็นเรื่องของผู้หญิงเท่านั้น

HPV คืออะไร?

HPV หรือ Human Papillomavirus เป็นไวรัสที่แพร่กระจายได้ง่ายมาก โดยเฉพาะจากการสัมผัสผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศ หรือการมีเพศสัมพันธ์ทุกรูปแบบ—even แบบที่ ไม่ได้มีการสอดใส่ ก็ยังติดได้ เช่น การสัมผัสผิวหนัง การเสียดสี หรือการทำกิจกรรมทางเพศรูปแบบอื่น เชื้อนี้มีสายพันธุ์มากกว่า 100 ชนิด และบางชนิดสามารถก่อให้เกิดหูด ขณะที่บางชนิดเพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็งบางประเภทได้ในระยะยาว

สิ่งสำคัญ คือ ทุกเพศติดได้หมด ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิง ผู้ชาย หรือผู้ที่มีอัตลักษณ์ทางเพศแบบใดก็ตาม

Love2test

ประเภทของ HPV และสายพันธุ์ที่ต้องระวัง

เชื้อ HPV แบ่งเป็น 2 กลุ่มสำคัญ คือ

  • สายพันธุ์ความเสี่ยงต่ำ (Low-risk HPV) มักทำให้เกิดหูดหงอนไก่ เช่น
    • HPV 6
    • HPV 11
    • แม้จะไม่ทำให้เกิดมะเร็ง แต่สร้างความรำคาญ ความอาย และส่งผลต่อความสัมพันธ์มากพอสมควร
  • สายพันธุ์ความเสี่ยงสูง (High-risk HPV) เป็นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับมะเร็ง ได้แก่
    • HPV 16
    • HPV 18
    • HPV 31
    • HPV 33
    • HPV 45
    • สายพันธุ์เหล่านี้สามารถทำให้เซลล์ผิวหนังเกิดการกลายพันธุ์เมื่ออยู่ในร่างกายเป็นเวลานาน ความรุนแรงจึงสูงกว่าการติดเชื้อทั่วไป

ทำไมผู้ชายก็เสี่ยงเท่าผู้หญิง?

  • ช่วงอายุเสี่ยงสูงที่สุด 18–30 ปี เป็นวัยที่เริ่มมีความสัมพันธ์และกิจกรรมทางเพศมากขึ้น ทำให้อัตราติดเชื้อสูงในทั้งสองเพศอย่างใกล้เคียงกัน
  • พฤติกรรมทางเพศที่เพิ่มความเสี่ยง เช่น การใช้ถุงยางไม่สม่ำเสมอ หรือคิดว่าไม่สอดใส่ก็ไม่ติด ทั้งที่จริง HPV ติดต่อได้จากการสัมผัสผิวหนังรอบอวัยวะเพศ ซึ่งถุงยางอาจไม่ได้ปิดครอบทั้งหมด
  • ผู้ชายส่วนใหญ่ ติดแล้วไม่รู้ตัว HPV มัก ไม่มีอาการ ในผู้ชาย ทำให้ไม่รู้ว่าตัวเองติด และอาจเผลอส่งต่อเชื้อให้คู่ของตัวเองโดยไม่ตั้งใจ
  • ความเชื่อผิด ๆ ว่า HPV ไม่อันตรายในผู้ชาย หลายคนคิดว่า HPV ทำให้เป็นมะเร็งปากมดลูกเท่านั้น ทั้งที่จริงในผู้ชายก็สามารถเพิ่มความเสี่ยงโรคอื่นได้ เช่น
    • มะเร็งที่อวัยวะเพศ
    • มะเร็งทวารหนัก
    • โรคหูดหงอนไก่
  • เมื่อผู้ชายเข้าใจผิด และละเลยการตรวจ หรือการฉีดวัคซีน ก็ยิ่งทำให้เชื้อแพร่กระจายมากขึ้น

ผู้ชายติด HPV ได้อย่างไร?

เส้นทางการติดเชื้อ HPV สำหรับผู้ชายมีหลายวิธี ไม่ได้จำกัดเฉพาะการมีเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่เท่านั้น เช่น

“ChatLove2test"
  • การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่มีถุงยางอนามัย
  • สัมผัสผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศ
  • สอดใส่ทางช่องคลอด
  • สอดใส่ทางทวารหนัก
  • การมีเพศสัมพันธ์ทางปาก
  • สัมผัสบริเวณที่มีเชื้อแม้ไม่มีแผล หรือสิว

สิ่งที่ควรรู้คือ ถุงยางอนามัยป้องกันได้ไม่เต็มร้อย เพราะเชื้อสามารถอยู่บนผิวหนังบริเวณโคนอวัยวะเพศ หน้าขา ใต้ท้องน้อย หรือบริเวณที่ถุงยางไม่ได้ครอบคลุม

ผู้ชายเป็น ผู้แพร่เชื้อโดยไม่ตั้งใจ ได้อย่างไร?

“PrEPLove2test"

เพราะส่วนใหญ่ติดเชื้อโดยไม่รู้ตัว ทำให้ไม่มีการป้องกัน หรือรับการรักษาอย่างเหมาะสม คู่จึงเสี่ยงติดตามโดยไม่รู้ตัวเช่นกัน นี่จึงเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ HPV ระบาดต่อเนื่องในสังคมมานาน แม้ว่าจะเป็นเชื้อที่สามารถป้องกันได้จาก วัคซีน HPV และการใช้ถุงยางอนามัยอย่างสม่ำเสมอ

ความเข้าใจผิดเรื่อง HPV ที่พบได้บ่อยในผู้ชายไทย

สาเหตุที่ผู้ชายมักมองว่า ไม่เกี่ยวกับตัวเอง มาจากการรับรู้ผิดที่เกิดขึ้นมานาน บางความเชื่ออาจฟังดูสมเหตุสมผล แต่จริงๆ แล้วอันตรายมาก ตัวอย่างความเข้าใจผิด ได้แก่

  • HPV เป็นโรคของผู้หญิงเท่านั้น
  • ไม่มีอาการแปลว่าไม่ติดเชื้อ
  • ถุงยางอนามัยป้องกันได้ 100%
  • ผู้ชายไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีน HPV
  • หูดหงอนไก่ไม่อันตราย เดี๋ยวก็หายเอง
  • ผู้ชายไม่เสี่ยงมะเร็งจาก HPV

ความเชื่อเหล่านี้ทำให้ผู้ชายจำนวนมากไม่มีความตระหนักด้านสุขภาพ จึงมีโอกาสพัฒนาไปสู่โรคเรื้อรังมากขึ้นในอนาคต

HPV ทำให้เกิดมะเร็งอะไรในผู้ชายได้บ้าง

HPV ทำให้เกิดมะเร็งอะไรในผู้ชายได้บ้าง?

HPV สายพันธุ์เสี่ยงสูงสามารถเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งหลายชนิดในผู้ชาย โดยเฉพาะในผู้ที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชาย หรือมีคู่นอนหลายคน

มะเร็งที่เกี่ยวข้องกับ HPV ในผู้ชาย

  • มะเร็งทวารหนัก
  • มะเร็งอวัยวะเพศชาย
  • มะเร็งช่องปาก
  • มะเร็งคอหอย
  • มะเร็งต่อมทอนซิล

มะเร็งเหล่านี้มักไม่ค่อยถูกพูดถึง จึงตรวจพบช้า ทำให้อัตราการเสียชีวิตสูงกว่ามะเร็งปากมดลูกในผู้หญิงด้วยซ้ำในบางกลุ่มประชากร

ใครควรพิจารณาตรวจเป็นพิเศษ

  • ผู้ชายที่เป็น MSM (มีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก) โดยเฉพาะผู้ที่รับเพศสัมพันธ์ (receptive anal sex).
  • ผู้ติดเชื้อเอชไอวี หรือภูมิคุ้มกันต่ำ
  • ผู้ที่มีอาการ เช่น หูดที่อวัยวะเพศ หรือเลือด/แผลผิดปกติบริเวณทวารหนัก หรือช่องปาก.
  • ผู้ที่มีคู่ทางเพศเคยได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อ HPV สายพันธุ์ที่เสี่ยงสูง หรือเป็นโรคมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับ HPV

อาการของ HPV ในผู้ชาย

ผู้ชายที่ติดเชื้อ HPV ส่วนใหญ่ ไม่มีอาการ ทำให้คิดว่าตนเองปลอดเชื้อ ทั้งที่ในความจริงอาจเป็นผู้แพร่เชื้อสู่คู่นอนโดยไม่รู้ตัว อาการที่พบได้มีตั้งแต่เล็กน้อยจนถึงรุนแรงขึ้น ได้แก่

  • มีตุ่มเล็ก ๆ หรือก้อนเนื้อขึ้นบริเวณอวัยวะเพศ
  • มีหูดลักษณะคล้ายดอกกะหล่ำ
  • คัน หรือระคายเคือง
  • เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์
  • เจ็บบริเวณทวารหนัก
  • มีก้อนเนื้อผิดปกติในช่องปาก (กรณีติดจากการทำออรัล)

ส่วนใหญ่ผู้ชายมักคิดว่าเป็นสิว ขนคุด หรือการอักเสบทั่วไป จึงปล่อยไว้จนโรคลุกลาม

วิธีตรวจ HPV ที่ใช้สำหรับผู้ชาย

การตรวจในผู้ชายยังไม่มีมาตรฐานสากลเท่าหญิงในเรื่องการคัดกรอง โดยมีวิธีการตรวจดังนี้

  • การเก็บตัวอย่างผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศ (penile/genital swab)
    • แพทย์/พยาบาลจะใช้สำลี หรือหัว swab ป้ายวน ๆ บนผิวหนังรอบหัว/ลำองคชาต หนังหุ้มปลาย หรือบริเวณรอบอวัยวะเพศ เพื่อเก็บเซลล์/เชื้อที่ผิวหนัง.
    • ตัวอย่างส่งห้องแล็บเพื่อตรวจหา DNA ของ HPV (PCR/genotyping).
    • ข้อดี: ไม่เจ็บมาก ถ้าเก็บถูกวิธีก็ให้ผลได้ แต่ความไว (sensitivity) และความสม่ำเสมอของผลยังแตกต่างกันตามห้องแล็บ และวิธีเก็บ
  • การตรวจ Anal swab / Anal cytology (ทวารหนัก)
    • แนะนำสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น MSM หรือผู้ติดเชื้อเอชไอวี.
    • แพทย์จะใส่ swab เข้าสู่ทวารหนักเพื่อเก็บตัวอย่างผิวเยื่อบุ จากนั้นตรวจหา HPV DNA หรือทำ cytology/anal Pap (บางที่ใช้เพื่อหาความผิดปกติที่อาจนำไปสู่มะเร็ง).
    • ถ้าพบสายพันธุ์เสี่ยงสูงหรือเซลล์ผิดปกติ อาจส่งต่อทำ anoscopy (ส่องตรวจละเอียด) และตัดชิ้นเนื้อตรวจเพิ่มเติม
  • การตรวจบริเวณช่องปาก / คอ (oral swab / oral rinse)
    • สำหรับคนที่มีความเสี่ยงสูงทางช่องปาก (เช่นมีเพศสัมพันธ์ทางปากบ่อยหรือมีอาการในช่องปาก) บางคลินิกมีการเก็บตัวอย่างน้ำลายหรือป้ายคอบริเวณเพดาน/ลำคอเพื่อตรวจ HPV DNA.
    • อย่างไรก็ตามการตรวจช่องปากยังไม่เป็นการคัดกรองมาตรฐาน และผลยังแตกต่างกันตามวิธี และห้องแล็บ
  • การตรวจโดยใช้ปัสสาวะ (urine HPV test)
    • งานวิจัย และบางคลินิกเริ่มใช้การตรวจจากปัสสาวะเพราะไม่เจ็บ และสะดวก โดยเฉพาะตัวอย่างตอนแรกของปัสสาวะ (first-void urine) อาจมีประสิทธิภาพในการตรวจ HPV DNA บางสายพันธุ์.
    • แต่ยังไม่เป็นมาตรฐานสากลในการคัดกรองผู้ชายทั่วไป และความไว/ความจำเพาะยังขึ้นกับชุดตรวจ และห้องแล็บ

การรักษา HPV สำหรับผู้ชาย

  • ยาทา/ยาที่ผู้ป่วยทาเองที่บ้าน
    • Podophyllotoxin (เช่น Condyline): ทาเองตามคำแนะนำ เป็นตัวเลือกหนึ่งสำหรับหูดภายนอก
    • Imiquimod (5%): ครีมกระตุ้นภูมิคุ้มกันทาเอง ใช้เป็นคอร์สหลายสัปดาห์จนกว่าจะเห็นผล
    • กรด Trichloroacetic (TCA): มักให้โดยแพทย์/พยาบาล ทาตรงที่หูดเพื่อทำลายเนื้อเยื่อหูด
      ข้อสังเกต: ยาอาจทำให้ระคายเคืองผิวได้ และต้องใช้ตามคำแนะนำแพทย์/ฉลาก
  • การรักษาโดยผู้ให้บริการทางการแพทย์
    • Cryotherapy (แช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลว) — หูดถูกทำลายด้วยความเย็น หลายครั้งต้องนัดทำซ้ำ
    • การตัดออก (surgical excision) — ตัดออกโดยแพทย์ เหมาะกับก้อนใหญ่ หรือหูดที่ดื้อการรักษา
    • Electrosurgery / Electrodesiccation — เผา/ทำลายแผลด้วยไฟฟ้า
    • Laser therapy — ใช้เมื่อมีหูดแพร่หลาย หรือในกรณีเฉพาะ
      ข้อสังเกต: วิธีเหล่านี้มักทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และอาจต้องพักฟื้นบริเวณผิวหลังทำ
  • การจัดการที่ทวารหนัก (anal lesions / AIN) ผู้ที่มีความเสี่ยงสูง (เช่น MSM หรือผู้ติดเชื้อเอชไอวี) หากพบความผิดปกติ แพทย์อาจทำ anal cytology / HPV testing และส่องตรวจด้วย HRA (high-resolution anoscopy) เพื่อดูรอยโรค และอาจตัดชิ้นเนื้อ/รักษาด้วยการเผา ตัด หรือตามแนวทางเฉพาะทาง
  • การรักษาในกรณีมะเร็งที่เกี่ยวกับ HPV หากตรวจพบมะเร็ง (เช่น มะเร็งทวารหนัก หรือมะเร็งอวัยวะเพศ) จะรักษาตามแนวทางมะเร็งปกติ—ผ่าตัด เคมีบำบัด รังสีบำบัด หรือรวมกัน ขึ้นกับชนิด และระยะของโรค และต้องส่งต่อมาที่ทีมมะเร็งรักษา
การป้องกัน HPV สำหรับผู้ชาย

การป้องกัน HPV สำหรับผู้ชาย

แม้ไม่สามารถป้องกันได้ 100% แต่สามารถลดโอกาสติดเชื้อได้มาก หากทำร่วมกันหลายวิธี ซึ่งเป็นแนวทางป้องกันที่ได้ผลที่สุด

  • ฉีดวัคซีน HPV ให้ครบตามกำหนด
  • ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
  • หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนคู่นอนบ่อย
  • หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์เมื่อพบผื่น หรือก้อนผิดปกติ
  • ตรวจสุขภาพทางเพศอย่างสม่ำเสมอ
  • เข้ารับการตรวจ Anal Screening หากมีพฤติกรรมเสี่ยงทางทวารหนัก

การป้องกันเหล่านี้ไม่เพียงช่วยตัวเอง แต่ยังปกป้องคู่นอน และลดการแพร่ระบาดของ HPV ในสังคมได้มาก

วัคซีน HPV สำหรับผู้ชาย ทำไมควรฉีด ไม่ใช่ฉีดก็ได้

วัคซีน HPV คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด ช่วยลดความเสี่ยงทั้งหูดหงอนไก่ และมะเร็งหลายชนิด โดยเฉพาะวัคซีน 9 สายพันธุ์ที่ครอบคลุมสายพันธุ์เสี่ยงมากที่สุด

ประโยชน์ของวัคซีน HPV

  • ลดโอกาสเกิดหูดหงอนไก่
  • ป้องกันมะเร็งที่สัมพันธ์กับ HPV
  • ลดการแพร่เชื้อสู่คู่นอน
  • ลดภาระโรคในประชากร
  • ช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อซ้ำในอนาคต

วัคซีนเหมาะกับผู้ชายทุกเพศ ทุกวัย โดยเฉพาะ

  • วัยรุ่นก่อนมีเพศสัมพันธ์
  • ผู้ชายที่มีคู่นอนหลายคน
  • กลุ่ม MSM (ชายรักชาย)
  • ผู้ที่เคยมีหูด หรือเคยติด HPV แล้ว (ยังฉีดได้)

การฉีดเร็วยิ่งมีประโยชน์มากกว่า เพราะสร้างภูมิคุ้มกันได้ดี และป้องกันก่อนเสี่ยงสัมผัสเชื้อ

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม

HPV ไม่ได้เป็นเรื่องของผู้หญิงเท่านั้น แต่เป็นปัญหาที่ผู้ชายต้องให้ความสำคัญไม่แพ้กัน เชื้อไวรัสนี้สามารถอยู่ในร่างกายได้โดยไม่แสดงอาการ แต่มีผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว ตั้งแต่หูดหงอนไก่จนถึงมะเร็งหลายชนิด การฉีดวัคซีน การป้องกันเมื่อมีเพศสัมพันธ์ และการตรวจคัดกรองเป็นวิธีสำคัญในการลดความเสี่ยง ผู้ชายทุกคนควรตระหนักว่า การดูแลสุขภาพทางเพศไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นส่วนหนึ่งของการรับผิดชอบต่อตนเอง และคู่นอน การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง และการเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างเท่าเทียมคือกุญแจสำคัญที่จะช่วยลดภาระของโรค HPV ในสังคมในระยะยาว

เอกสารอ้างอิง

  • Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Human Papillomavirus (HPV) in Men. ข้อมูลการติดเชื้อ HPV ในผู้ชาย อาการ ความเสี่ยง และการป้องกัน. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.cdc.gov/hpv/parents/men.html
  • World Health Organization (WHO). Human papillomavirus (HPV) and cervical cancer: Fact Sheet. ข้อมูลเกี่ยวกับ HPV สายพันธุ์เสี่ยงสูง การป้องกัน และผลกระทบต่อสุขภาพ. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/human-papillomavirus-(hpv)
  • National Cancer Institute (NCI). HPV and Cancer: การอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างเชื้อ HPV กับมะเร็งหลายชนิดในเพศชายและเพศหญิง พร้อมข้อมูลเชิงวิชาการ. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.cancer.gov/about-cancer/causes-prevention/risk/infectious-agents/hpv
  • กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. ข้อมูลโรคติดเชื้อ HPV และวัคซีน HPV ในประเทศไทย รวมถึงแนวทางการป้องกันและควบคุมโรค. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://ddc.moph.go.th
  • สถาบันมะเร็งแห่งชาติ (National Cancer Institute Thailand). ความเชื่อมโยงระหว่าง HPV และมะเร็งในอวัยวะต่าง ๆ รวมถึงข้อมูลการเฝ้าระวังโรคในประเทศไทย. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.nci.go.th

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save