โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

เป็นโรคหนองใน ต้องดูแลตัวเองอย่างไร

โรคหนองใน หนองใน ดูแลตัวเอง

หากเกิดอาการปัสสาวะแสบขัด หรือมีอาการปวด หรือมีผื่นขึ้นที่บริเวณอวัยวะเพศ ควรงดการมีเพศสัมพันธ์ แล้วรีบไปพบแพทย์ หากแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรคหนองใน หลังจากที่ได้รับการรักษาแล้ว ควรพาคู่นอนมารักษาด้วยเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้โรคกลับมาเกิดซ้ำได้อีก อีกทั้งควรงดกันมีเพศสัมพันธ์ไปจนกว่าจะหายดีทั้งคู่

ผู้ป่วยที่เป็นโรคหนองในทุกรายจำเป็นต้องได้รับการรักษา ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ทุกคนที่จะแสดงอาการออกมาให้เห็นได้ชัด หรือเกิดภาวะแทรกซ้อน หรือในบางรายก็อาจมีอาการที่ดีขึ้นได้เองก็ตาม ไม่แนะนำให้ปล่อยทิ้งไว้ หรือเพิกเฉย ไม่ไปรับการรักษา เพราะตัวผู้ป่วยเองก็จะยังคงแพร่เชื้อไปยังคู่นอนได้และยังสามารถรับเชื้อกลับเข้ามาได้อีก ซึ่งอาจจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ได้เพิ่มขึ้นตามจำนวนครั้งที่ได้รับเชื้อเข้าไป หากภาวะแทรกซ้อนนั้นทวีความรุนแรงมากขึ้นก็อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้

ในระหว่างที่ทำการรักษาโรคหนองใน ห้ามมีเพศสัมพันธ์เป็นเวลา 2 – 4 สัปดาห์ เพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่เชื้อ แต่ในกรณีที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้จริงๆ ก็ต้องป้องกันด้วยการใช้ถุงยางอนามัยอย่างเคร่งครัด อีกทั้งต้องงดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นเวลา 1 เดือน เพราะเครื่องดื่มเหล่านี้จะทำให้หนองไหลเพิ่มมากขึ้น

ความเชื่อเกี่ยวกับเรื่อง “อาหารแสง” ที่ทำให้โรคหนองในทวีความรุนแรง อาทิ หูฉลาม อาหารทะเล หน่อไม้ หรือสาเก เป็นต้น ในทางการแพทย์นั้นยังไม่มีการยืนยันที่แน่ชัด แต่สิ่งที่แน่นอนที่สุด คือ การงดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิดเป็นเวลา 1 เดือน หากไม่ปฏิบัติตาม ก็จทำให้หนองไหลมากยิ่งขึ้น ส่วนอาหารประเภทอื่นๆ ถ้ากินแล้วทำให้อาการของโรคกำเริบก็แนะนำให้งดอาหารชนิดนั้นๆ ไปก่อน

ยาปฏิชีวนะสำหรับการรักษาโรคหนองในจะมีผลต่อประสิทธิภาพของยาเม็ดคุมกำเนิด ซึ่งในระหว่างที่ทำการรักษา จึงควรงดการมีเพศสัมพันธ์ และในรอบเดือนนั้น ควรใช้วิธีการคุมกำเนิดอย่างอื่นร่วมด้วย อาทิ การใช้ถุงยางอนามัย

ภายหลังที่ได้รับการรักษาแล้ว ส่วนใหญ่ อาการต่างๆ จะหายไปค่อนข้างเร็วภายใน 2 – 3 วันที่เริ่มทำการรักษา ไม่ว่าจะเป็น อาการตกขาวผิดปกติ และแสบขัดเวลาที่ปัสสาวะ ส่วนอาการเลือดออกแบบกะปริดกะปรอยในระหว่างรอบเดือนนั้นก็จะดีขึ้นในรอบหน้า ส่วนอาการปวดท้องน้อยและอาการปวดอัณฑะในผู้ชายจะเวลานานกว่าจึงจะดีขึ้น และจะหายไปภายใน 2 สัปดาห์ แต่หากอาการต่างๆ ไม่ดีขึ้น ควรรีบกลับไปพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินซ้ำอีกครั้ง เพราะอาจพบภาวะเชื้อดื้อยา หรือโรคมีการลุกลามเพิ่มมากขึ้น

หากได้รับการรักษาแล้ว แต่มีอาการที่คล้ายกับว่าจะแพ้ยา เช่น มีผื่นคันขึ้นตามตัว คลื่นไส้ อาเจียน หรืออาการที่เป็นอยู่นั้นรุนแรงมากขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์ก่อนนัด

เมื่อรักษาตามอาการจนครบแล้ว ให้มาพบแพทย์เพื่อตรวจซ้ำจนกว่าจะแน่ใจว่าเชื้อหนองในหายสนิทในทุกตำแหน่งที่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว อาทิ ช่องปาก ทวารหนัก ช่องคลอด เป็นต้น

ผู้ที่เป็นโรคหนองใน หลังจากที่ได้รับการรักษาจนหายดี แต่หากได้สัมผัสโรคอีกครั้งก็จะกลับมาเป็นซ้ำอีก
#หนองใน#รักษาหนองใน

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องที่นี่

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *