ในปี 2568 ประเทศไทยได้ปรับปรุงระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) โดยเพิ่ม บริการฮอร์โมนยืนยันเพศสภาพ เป็นหนึ่งในสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพที่ครอบคลุมสำหรับบุคคลข้ามเพศ และกลุ่มความหลากหลายทางเพศ บทความชุดนี้จะอธิบายสิทธิประโยชน์ใหม่อย่างครบถ้วน ตั้งแต่ที่มาของนโยบาย ขั้นตอนการเข้าถึงสิทธิ ประโยชน์ และความสำคัญ รวมถึงคำแนะนำที่เป็นประโยชน์

ฮอร์โมนยืนยันเพศสภาพ คืออะไร?
ฮอร์โมนยืนยันเพศสภาพ (Gender-affirming hormone therapy หรือ GAH) คือ การใช้ยาฮอร์โมนเพื่อช่วยให้ร่างกายของบุคคลที่มีอัตลักษณ์ทางเพศ (Gender Identity) ไม่ตรงกับเพศที่กำหนดตั้งแต่แรกเกิด มีรูปลักษณ์ภายนอก และลักษณะทางกายที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่รู้สึกภายในมากขึ้น เช่น ลดฮอร์โมนเพศชาย และเพิ่มฮอร์โมนเพศหญิงสำหรับบุคคลข้ามเพศหญิง (Male-to-Female) หรือเพิ่มฮอร์โมนเพศชายสำหรับบุคคลข้ามเพศชาย (Female-to-Male) โดยได้รับการดูแลจากแพทย์ และผู้เชี่ยวชาญอย่างเหมาะสม
การรักษาแบบนี้ไม่ใช่เรื่อง เสริมความงาม แต่เป็นการดูแลสุขภาพที่สำคัญทั้งด้านร่างกาย และจิตใจ ช่วยลดความเครียดจากความไม่สอดคล้องของร่างกาย และอัตลักษณ์ทางเพศ (Gender Dysphoria) และส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ที่มาของการเพิ่มสิทธิฮอร์โมนในบัตรทอง
ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือ บัตรทอง ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อให้คนไทยทุกคนเข้าถึงบริการสุขภาพที่จำเป็น และมีคุณภาพ โดยที่ไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายสูงจนเป็นภาระ การเพิ่ม บริการฮอร์โมนยืนยันเพศสภาพ เข้าสู่สิทธิประโยชน์ของบัตรทองในปี 2568 เกิดขึ้นจากหลายปัจจัยสำคัญ เช่น:
- ความต้องการของชุมชน LGBTQ+ กลุ่มคนข้ามเพศ และองค์กรภาคประชาสังคมได้เรียกร้องสิทธิด้านสุขภาพที่เหมาะสมมานาน เพื่อให้สามารถเข้าถึงการดูแลอย่างปลอดภัย และมีมาตรฐาน ลดการใช้ฮอร์โมนด้วยตนเองที่ไม่ปลอดภัย
- ความเสี่ยงจากการใช้ฮอร์โมนผิดวิธี ก่อนหน้านี้ คนข้ามเพศจำนวนมากต้องซื้อฮอร์โมนมาใช้เองโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ ส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพรุนแรง เช่น ปัญหาเลือดแข็งตัว ความดันโลหิตสูง หรือภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ
- แนวทางการพัฒนาระบบสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เห็นความสำคัญของการรวมบริการเพื่อคนข้ามเพศไว้ในระบบสุขภาพมากขึ้น เพื่อให้เป็นไปตามหลัก สิทธิมนุษยชน และอำนวยความเสมอภาคทางสังคม
- นอกจากนี้ นโยบายนี้ยังสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาสังคมที่ให้ความเคารพต่อความหลากหลายทางเพศ และส่งเสริมความเท่าเทียมในสังคมไทยด้วย
ช่วงอายุที่เหมาะสมในการรับฮอร์โมนยืนยันเพศสภาพ
การเริ่มต้นฮอร์โมนยืนยันเพศสภาพ ไม่มีอายุที่ตายตัวสำหรับทุกคน แต่จะพิจารณาเป็นรายบุคคลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยคำนึงถึงพัฒนาการทางร่างกาย สุขภาพโดยรวม และความพร้อมด้านจิตใจ
- วัยรุ่นตอนต้น (ต่ำกว่า 15 ปี)
- โดยทั่วไป ยังไม่เริ่มฮอร์โมนเพศหลัก (Estrogen / Testosterone)
- อาจพิจารณา ยาชะลอวัยแรกรุ่น (puberty blockers) ในบางกรณี
- ต้องได้รับการประเมินอย่างรอบคอบจากแพทย์เฉพาะทาง และการยินยอมจากผู้ปกครอง
- จุดประสงค์เพื่อให้เด็กมีเวลาทำความเข้าใจตัวตน โดยไม่เร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงถาวร
- แนวทางนี้ช่วยลดความเครียด และความสับสนในช่วงพัฒนาการสำคัญของชีวิต
- วัยรุ่นตอนปลาย (ประมาณ 15–17 ปี)
- ในบางกรณี อาจเริ่มฮอร์โมนยืนยันเพศสภาพขนาดต่ำ
- ต้องผ่านการประเมินสุขภาพกาย–ใจอย่างละเอียด
- ต้องมีการติดตามอาการใกล้ชิด และพิจารณาผลกระทบระยะยาว
- การตัดสินใจควรเป็นไปอย่างรอบคอบ ไม่เร่งรีบ
- อายุ 18 ปีขึ้นไป (วัยผู้ใหญ่)
- ถือเป็นช่วงอายุที่ เหมาะสมที่สุดในการเริ่มฮอร์โมนยืนยันเพศสภาพ
- สามารถเข้ารับบริการภายใต้ระบบบัตรทองได้ (ตามเกณฑ์)
- แพทย์จะประเมินสุขภาพโดยรวม ประวัติโรคประจำตัว และความเสี่ยง
- ผู้รับบริการสามารถตัดสินใจด้วยตนเองโดยไม่ต้องมีผู้ปกครองให้ความยินยอม
บริการฮอร์โมนยืนยันเพศสภาพ ใครเข้าถึงได้บ้าง?
สิทธิประโยชน์ด้านบริการฮอร์โมนยืนยันเพศสภาพภายใต้ ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) มุ่งเน้นให้เกิดความเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการสุขภาพ โดยกลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่
- บุคคลข้ามเพศที่มีความต้องการฮอร์โมนเพื่อยืนยันเพศสภาพ
- ไม่จำกัดการแสดงออกทางเพศหรือรูปแบบการใช้ชีวิต
- เคารพอัตลักษณ์ทางเพศของแต่ละบุคคลเป็นหลัก
- การเข้ารับบริการขึ้นอยู่กับความสมัครใจของผู้รับบริการ
- บุคคลที่อยู่ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง)
- มีสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่ใช้งานได้
- เข้ารับบริการผ่านหน่วยบริการประจำ หรือหน่วยบริการที่ได้รับมอบหมาย
- ลดภาระค่าใช้จ่ายจากการซื้อฮอร์โมนเองในระยะยาว
- ผู้ที่ผ่านการประเมินจากแพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์
- ต้องได้รับการประเมินว่ามีความเหมาะสมในการใช้ฮอร์โมน
- แพทย์จะพิจารณาทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และความปลอดภัย
- ไม่ใช่การจ่ายยาฮอร์โมนทันทีโดยไม่มีการตรวจ
ยาฮอร์โมนที่ครอบคลุมในระบบบัตรทอง
ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือ บัตรทอง (30 บาท) ได้เพิ่ม ยาฮอร์โมนยืนยันเพศสภาพที่สำคัญจำนวน 6 รายการ เข้าเป็นสิทธิประโยชน์ เพื่อให้การดูแลสุขภาพของบุคคลข้ามเพศเป็นไปอย่างมีมาตรฐาน ปลอดภัย และเท่าเทียม ลดความจำเป็นในการซื้อยาด้วยตนเองโดยไม่มีการควบคุมทางการแพทย์
การจัดชุดยานี้ครอบคลุมทั้งการยืนยันเพศหญิง การยืนยันเพศชาย และยาควบคุมฮอร์โมนที่มีบทบาทสำคัญในการรักษา
ยาฮอร์โมนสำหรับการยืนยันเพศหญิง (Male-to-Female)
17-beta estradiol (ยาเอสโตรเจนชนิดเม็ด) เป็นฮอร์โมนเอสโตรเจนรูปแบบที่ใกล้เคียงกับฮอร์โมนธรรมชาติในร่างกาย มีบทบาทในการ
- ช่วยให้ผิวพรรณนุ่มขึ้น
- กระตุ้นการเปลี่ยนแปลงของรูปร่าง เช่น สะโพก
- ลดลักษณะความเป็นชายบางประการ
แพทย์จะเป็นผู้กำหนดขนาดยาให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อลดความเสี่ยงจากผลข้างเคียง เช่น ความดันโลหิตสูง หรือภาวะเลือดแข็งตัวผิดปกติ
Estradiol transdermal patches (แพตช์ฮอร์โมนทางผิวหนัง)เป็นฮอร์โมนเอสโตรเจนในรูปแบบแผ่นแปะ ใช้ติดบนผิวหนัง ข้อดีของรูปแบบนี้ ได้แก่
- ปล่อยฮอร์โมนอย่างสม่ำเสมอ
- ลดการผ่านตับเมื่อเทียบกับยาชนิดรับประทาน
- เหมาะกับผู้ที่มีความเสี่ยงด้านหัวใจ และหลอดเลือด
แพตช์ฮอร์โมนช่วยเพิ่มทางเลือกให้ผู้รับบริการสามารถใช้รูปแบบที่เหมาะสมกับสุขภาพของตนเองมากที่สุด
Cyproterone acetate (ยาต้านแอนโดรเจน)เป็นยาที่ช่วย ลดการออกฤทธิ์ของฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone) มีบทบาทสำคัญในการ
- ลดขนตามร่างกาย
- ลดความมันของผิว
- เสริมประสิทธิภาพของฮอร์โมนเอสโตรเจน
ยานี้ต้องใช้อย่างระมัดระวัง และอยู่ภายใต้การติดตามของแพทย์ เนื่องจากอาจมีผลต่อตับหากใช้ไม่เหมาะสม
ยาฮอร์โมนสำหรับการยืนยันเพศชาย (Female-to-Male)
Testosterone enanthate injections (ยาเทสโทสเตอโรนชนิดฉีด)เป็นฮอร์โมนเพศชายในรูปแบบฉีด ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เช่น
- เสียงทุ้มลง
- เพิ่มมวลกล้ามเนื้อ
- กระตุ้นการขึ้นของขนตามร่างกาย
- ส่งผลต่อการกระจายไขมันในร่างกาย
แพทย์จะกำหนดรอบการฉีด และขนาดยาที่เหมาะสม พร้อมติดตามผลเลือด และสุขภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน เช่น ความเข้มข้นของเลือดสูง
ฮอร์โมน และยาควบคุมฮอร์โมนที่สำคัญ
Leuprorelin เป็นยาควบคุมการทำงานของฮอร์โมนจากต่อมใต้สมอง ใช้ในกรณี:
- ต้องการควบคุมระดับฮอร์โมนอย่างเฉพาะเจาะจง
- ลดการสร้างฮอร์โมนเพศตามธรรมชาติในบางช่วง
ยานี้มักใช้ในกรณีที่แพทย์เห็นว่าจำเป็น เพื่อช่วยให้การปรับฮอร์โมนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และปลอดภัย
Spironolactone เดิมเป็นยาขับปัสสาวะ แต่มีคุณสมบัติ ต้านแอนโดรเจน มักใช้:
- ร่วมกับเอสโตรเจนในการยืนยันเพศหญิง
- ลดผลของฮอร์โมนเพศชายเพิ่มเติม
แพทย์จะติดตามระดับเกลือแร่ และการทำงานของไตอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันผลข้างเคียง

ขั้นตอนการเข้าถึงสิทธิบริการฮอร์โมนในบัตรทอง
การเข้าถึงบริการนี้มีหลายขั้นตอนสำคัญ ดังนี้
- นัดพบแพทย์เพื่อประเมินเบื้องต้น บุคคลต้องเข้าพบแพทย์เพื่อ ประเมินอัตลักษณ์ทางเพศ และความพร้อม รวมถึงตรวจสุขภาพทั่วไป เช่น ความดันโลหิต ระดับฮอร์โมนในเลือด ฯลฯ
- การให้คำปรึกษาเกี่ยวกับผลข้างเคียง แพทย์จะอธิบายให้เข้าใจถึง ผลข้างเคียงและความเสี่ยงของฮอร์โมน อย่างเช่น การเปลี่ยนแปลงด้านผิวพรรณ ร่างกาย การแข็งตัวของเลือด หรือภาวะอื่น ๆ เพื่อให้ผู้รับบริการสามารถตัดสินใจอย่างรอบคอบ
- เริ่มการรักษาภายใต้การดูแล เมื่อผ่านการประเมินแล้ว แพทย์จะสั่งยาฮอร์โมนและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการตรวจเลือดเป็นประจำเพื่อประเมินความปลอดภัยของการรักษา
- การติดตามระยะยาว ผู้รับบริการควรเข้ารับการติดตามสม่ำเสมอเพื่อปรับขนาดยา และตรวจสอบผลลัพธ์ของฮอร์โมนต่อร่างกายอย่างไม่ขาดตอน
ข้อดี และผลลัพธ์จากการเข้าถึงบริการฮอร์โมน
การเพิ่มสิทธิบริการฮอร์โมนในบัตรทองมีผลดีอย่างมหาศาล ได้แก่
- ลดภาระค่าใช้จ่าย ก่อนหน้าการเปลี่ยนสิทธิประโยชน์ คนข้ามเพศหรือกลุ่มหลากหลายทางเพศมักต้องออกค่าใช้จ่ายเองสำหรับการซื้อฮอร์โมน ซึ่งอาจสูงถึงหลักพันบาทต่อเดือน และอาจทำให้หลายคนละเลยการรักษา
- ลดความเสี่ยงทางสุขภาพ การเข้าถึงฮอร์โมนภายใต้การดูแลแพทย์ช่วยลดความเสี่ยงจากการใช้ฮอร์โมนผิดวิธี เช่น การใช้ยาที่ไม่มีมาตรฐาน หรือการทานฮอร์โมนที่ขาดการตรวจสุขภาพอย่างถูกต้อง
- สนับสนุนสุขภาพจิต และคุณภาพชีวิต งานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่า การใช้ฮอร์โมนยืนยันเพศสภาพภายใต้การดูแลอย่างถูกต้องช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต ลดความเครียด และภาวะซึมเศร้าในคนข้ามเพศได้อย่างมีนัยสำคัญ
คำแนะนำสำหรับผู้รับบริการและผู้สนใจ
หากคุณสนใจเข้าถึงบริการฮอร์โมนยืนยันเพศสภาพผ่านบัตรทอง นี่คือคำแนะนำที่ควรทราบ
- ติดต่อหน่วยบริการที่ร่วมรายการ สอบถามหน่วยบริการใกล้บ้านหรือสถานพยาบาลในระบบบัตรทองเกี่ยวกับการให้บริการฮอร์โมนยืนยันเพศสภาพ เพื่อทราบขั้นตอน และเอกสารที่ต้องเตรียม
- ขอคำปรึกษาทางแพทย์ล่วงหน้า การพบแพทย์เพื่อประเมินสุขภาพทั่วไป และรับคำแนะนำก่อนเริ่มฮอร์โมนจะช่วยให้คุณมั่นใจในการตัดสินใจของตัวเอง
- ติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ติดตามผลการรักษา ตรวจเลือด และปรับขนาดยาตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัย และดีที่สุด
ความท้าทาย และแนวทางในอนาคต
แม้ว่าสิทธินี้จะเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาสุขภาพของคนข้ามเพศ แต่ก็ยังมีความท้าทาย เช่น:
- การรับรู้ และความเข้าใจของบุคลากรทางการแพทย์ บางพื้นที่หรือบางบุคลากรอาจยังขาดความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับสุขภาพคนข้ามเพศ
- การขยายบริการให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ การเข้าถึงบริการในต่างจังหวัดยังต้องพัฒนา และเสริมสร้างเครือข่ายให้กว้างขึ้น
- การสร้างความเข้าใจในสังคม การยอมรับและการไม่มีอคติ ทำให้ผู้รับบริการหลายคนยังลังเลที่จะเข้าถึงบริการสุขภาพ
แนวทางในอนาคตจึงควรเน้น การฝึกอบรมบุคลากรสุขภาพ การให้บริการแบบไม่มีอคติ และการเผยแพร่ความรู้สู่สาธารณะ เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงสิทธิอย่างเท่าเทียม
อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
- สิทธิสุขภาพทางเพศในไทย ความหวังใหม่ของผู้ติดเชื้อเอชไอวี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
- เปิดใจคุยกัน โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในชายรักชาย ไม่ใช่เรื่องน่าอาย
การเพิ่มบริการ ฮอร์โมนยืนยันเพศสภาพในบัตรทอง เป็นหนึ่งในสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพที่มีความสำคัญต่อคนข้ามเพศ และกลุ่มความหลากหลายทางเพศในประเทศไทย โดยช่วยให้เข้าถึงการรักษาที่ปลอดภัย ลดค่าใช้จ่าย และสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างมีมาตรฐาน แม้จะยังมีความท้าทาย แต่การก้าวไปข้างหน้านี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการสร้างระบบสุขภาพที่ครอบคลุม และเท่าเทียมสำหรับทุกคน
เอกสารอ้างอิง
- สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.). บริการฮอร์โมนยืนยันเพศสภาพในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) และการขยายสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพสำหรับคนข้ามเพศ.
[ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.nhso.go.th - Hfocus – ศูนย์ข่าวระบบสุขภาพ. บอร์ด สปสช. เพิ่มสิทธิ ยาฮอร์โมนยืนยันเพศสภาพ สำหรับกลุ่มคนข้ามเพศ ลดความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงบริการสุขภาพ.[ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก
- TheCoverage.info.สปสช. จัดงบประมาณสนับสนุนบริการฮอร์โมนบำบัดในบัตรทอง เพื่อความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของคนข้ามเพศ.[ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.thecoverage.info
- Bangkok Post. Thailand expands universal healthcare coverage to include gender-affirming hormone therapy.[ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.bangkokpost.com
- Love Foundation (องค์กรภาคประชาสังคมด้านสุขภาพและสิทธิ).Equal access to gender-affirming hormone therapy under Thailand’s public health system.[ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://lovefoundation.or.th



