ป้องกันเอชไอวี, เอชไอวี, เอดส์, โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

สวมถุงยางอนามัย 2 ชั้น ปกป้อง 2 เท่าจริงเหรอ?

สวมถุงยางอนามัย 2 ชั้น ปกป้อง 2 เท่าจริงเหรอ

ถุงยางอนามัยเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และการคุมกำเนิดที่นิยมใช้กันมากที่สุด โดยประสิทธิภาพจะมีมากหรือน้อยขึ้นอยู่ว่านำมาใช้อย่างถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ รวมทั้งการเลือกขนาดของถุงยางอนามัย ตลอดจนวิธีการเก็บรักษา 

ถ้าสวมถุงยางอนามัย 2 ชั้น จะป้องกันได้เป็นสองเท่าหรือไม่? 

การสวมถุงยางอนามัยชั้นเดียว โดยปกติป้องกันได้เกือบ 100%

ปกติการใส่ถุงยางอนามัยที่ดี คือ ควรเลือกขนาดที่เหมาะสม ไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ซึ่งจะมีประสิทธิภาพในการป้องกันสูงสุดที่ประมาณ 98% สำหรับการใช้งานอย่างถูกวิธี

มีโอกาสพลาด 2% ?

เหตุผลที่มีโอกาสพลาดได้ 2% มาจากการผลิตภัณฑ์ชำรุด หรือ อสุจิไหลจากถุงยางเข้าช่องคลอด ทำให้เกิดความผิดพลาดขึ้นในบางราย ซึ่งถ้าอสุจิไม่มีการตกค้างในช่องคลอด จะไม่มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้นแน่นอน แต่บ่อยครั้งที่เกิดความประมาทขึ้นจากการหลับนอนกับ

โดยสรุป: การสวมถุงยางอนามัย 2 ชั้น มีโอกาสพลาดมากขึ้น

การใส่ถุงยางเพิ่มอีกชั้น ไม่ได้ช่วยเพิ่มโอกาสในการป้องกันการตั้งท้อง หรือการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แต่กลับเพิ่มโอกาสที่ถุงยางอนามัยทั้ง 2 ชั้น จะเกิดการเสียดสีกันเองระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ จนเกิดการฉีกขาด หรือมีรอยรั่วได้ จึงทำให้มีโอกาสการตั้งท้อง และติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ และเพิ่มโอกาสที่ถุงยางอนามัยจะหลุดเข้าไปค้างในช่องคลอดของฝ่ายหญิงมีสูงมากขึ้นด้วย

ดังนั้น จึงไม่ควรสวมถุงยางถึง 2 ชั้น แค่ชั้นเดียวก็เพียงพอ เพียงแต่ต้องระมัดระวัง คอยสังเกตว่ามีรอยขาดของผลิตภัณฑ์ หรือ รั่วไหลของถุงยางหรือไม่ ก็จะป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

การใช้ถุงยางอนามัยที่ถูกต้อง คือ 

  • ใช้ถุงยางอนามัยที่ยังไม่หมดอายุ
  • ใช้มือฉีกซองถุงยาง ไม่ใช้กรรไกร หรือมีดตัด
  • ใช้ขนาดที่พอดีกับขนาดอวัยวะเพศ
  • ไม่ปล่อยให้อวัยวะเพศชายอ่อนตัวก่อนที่จะดึงออกมา
  • ไม่ใช้ถุงยางอนามัยซ้ำ
  • ไม่ใช้วาสลีนหรือน้ำมันทาบนถุงยางอนามัย

หากต้องการที่จะป้องกันการตั้งครรภ์ 

ควรทานยาคุมฉุกเฉิน ไม่ใช่ยาคุมกำเนิดชนิด 21 หรือ 28 เม็ด โดยควรรีบทานให้เร็วที่สุดหลังการมีเพศสัมพันธ์ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และหากเป็นชนิดที่มี 2 เม็ดใน 1 แผง ก็ให้ทานเม็ดที่ 2 หลังจากที่ทานเม็ดแรกไปแล้วภายในไม่เกิน 12 ชั่วโมงด้วย 

หากจะมีเพศสัมพันธ์บ่อยๆ และยังไม่พร้อมที่จะตั้งครรภ์ 

ควรใช้วิธีคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิด ยาฉีดคุมกำเนิด แผ่นแปะคุมกำเนิด เป็นต้น โดยควรให้ประจำเดือนมา แล้วจึงเริ่มทานยาหรือฉีดยา ภายใน 1-5 วันนับจากวันแรกที่มีประจำเดือนมา ยาคุมหรือยาฉีด ก็จะออกฤทธิ์ในการป้องกันการตั้งครรภ์ได้ทันทีค่ะ โดยจะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้มากกว่า 99%

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องที่นี่

เริมที่อวัยวะเพศ

โรคหนองในเทียม

อ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์ :

  • ถุงยางอนามัยใส่ 2 ชั้น ป้องกันขึ้นสองเท่าจริงไหม ? https://www.fascino.co.th/article/post/two-condoms
  • ใส่ถุงยางอนามัย 2 ชั้น ดีหรือไม่ ? https://board.postjung.com/1008915
  • สวมถุงยาง 2 ชั้น!ปลอดภัยหรือยิ่งเสี่ยง https://www.sanook.com/campus/926128/