PrEP เพร็พ, ป้องกันเอชไอวี, เอชไอวี

ไม่เจอเท่ากับไม่แพร่ U=U ช่วยลดการตีตราผู้ติดเชื้อ

ปัจจุบันมีการวิจัยและทางการแพทย์ออกมานำเสนอเรื่อง U=U เป็นจำนวนมาก โดยระบุว่าในกลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่มีความเคร่งครัดในการทานยาต้านไวรัส ดูแลใส่ใจในสุขภาพดี จนกดเชื้อไวรัสเอชไอวีให้อยู่ต่ำมากจนแทบจะวัดไม่ได้นั้น จะไม่สามารถแพร่เชื้อทางเพศสัมพันธ์กับคู่นอนของตนได้เลย ทำให้ความเสี่ยงของการส่งต่อเชื้อเรียกว่าเป็นศูนย์เลยทีเดียว

ทำอย่างไรถึงจะ ตรวจไม่เจอ (Undetectable)

  • รับประทานยาตามที่กำหนด ทุกมื้อ และทุกวัน
  • อย่าเปลี่ยนยาด้วยตนเอง โดยไม่ปรึกษาแพทย์ ถ้าพบว่าปฏิบัติตามแผนการรักษาได้ยาก ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อค้นหาแนวทางการรักษาใหม่ที่เหมาะสม
  • หากจะใช้ยาอื่นนอกเหนือที่แพทย์สั่ง ควรปรึกษาแพทย์และเภสัชกรก่อนทุกครั้ง
  • ควรรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ หากหยุดยาระยะหนึ่งแล้วมารับประทานต่อ ก็อาจทำให้เกิดเชื้อดื้อยา การรักษาจะยิ่งยากมากขึ้

ประโยชน์ของ U=U ไม่เจอเท่ากับไม่แพร่

  • การตีตรา และการกีดกันผู้ติดเชื้อ น่าจะหมดไปจากสังคม
  • ทำให้คนเข้าสู่การตรวจมากยิ่งขึ้น เพราะรู้ว่ามีการรักษาได้ดีกว่าแต่ก่อน
  • ทำให้คู่รักเกิดความเข้าใจและใชัชีวิตร่วมกันได้
  • ทำให้คนเข้าสู่กระบวนการรักษาเพราะรู้เร็วรักษาได้
  • ลดผุ้ติดเชื้อรายใหม่

ผู้ติดเชื้อเอชไอวีสามารถรักษาตัวเองได้

ด้วยการทานยาต้านไวรัส จนสามารถควบคุมปริมาณเชื้อเอชไอวีในเลือดให้เหลือน้อยมาก นอกจากจะมีประโยชน์ในการป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นแล้ว ยังช่วยลดการรังเกียจและตีตราต่อผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่ยังคงมีอยู่ในปัจจุบัน เพราะประเด็น U=U นี้ยังส่งผลต่อสภาพจิตใจของผู้ติดเชื้อฯ ให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขและไม่ต้องกลัวการมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนของตน ทำให้เกิดความเข้าใจอันดีระหว่างบุคคลในครอบครัว

ป้องกันเพิ่มเติม

ทั้งนี้ถึงแม้ว่าการที่มีปริมาณเชื้อลดต่ำลงมาก ก็ยังคงต้องป้องกันเพิ่มเติมด้วยการใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง หรือมีการทานยาเพร็พในคู่นอนของผู้ติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งก่อนทานควรปรึกษาแพทย์และทำการตรวจเอชไอวีก่อนเริ่มยา เพื่อมั่นใจได้ว่าเชื้อจะไม่สามารถส่งผ่านได้อย่างแน่นอนอีกทั้งยังเป็นการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ ด้วย
#เจอเจอเท่ากับไม่แพร่เชื้อ #เพร็พ #เป๊ป #PrEP #PEP

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องที่นี่